หน้าแรก ภูมิภาค โนราอาวุโส ยื...

โนราอาวุโส ยื่นค้านตั้ง ‘โนรากั้น’ เป็นศิลปินแห่งชาติ แนะวธ.ทบทวน ชี้รำได้แค่ท่าพื้นฐาน ไม่เชื่อมีศิษย์ 100 คน

8.03.19 | 12:20 น.

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดกระแสการคัดค้านในกลุ่มโนราภาคใต้ต่อกรณีผลการพิจารณาคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปการแสดง (โนรา) ประจำปี 2561 ซึ่งได้แก่นางกั้น เชาวพ้อง หรือ โนรากั้น บันเทิงศิลป์ ชาวอำเภอท่าศาลาจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีการมีการเปิดเผยเอกสารจากคณะโนราภาคใต้ซึ่งส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อให้มีการทบทวนอีกครั้ง


เอกสารดังกล่าวมีเนื้อหาโดยสรุปว่า คณะโนราภาคใต้มีความสงสัยว่าอาจเกิดความผิดพลาดในการพิจารณาศิลปินแห่งชาติสาขาดังกล่าว อิงจากจากหลักเกณฑ์การพิจารณาศิลปินแห่งชาติ 7 ข้อ อาทิ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปิน, เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปินแขนงนั้นในปัจจุบัน เพื่อเผยแพร่ในอนาคต และเป็นผู้มีคุณธรรม รักในวิชาชีพของตน การที่พิจารณาให้โนรากั้น ได้รับเกียรติดังกล่าว ยังเป็นข้อกังขา จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมทบทวนผลการพิจารณาอีกครั้ง โดยโนรา 4 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช ได้มีการรวมตัวรำประท้วงหน้าอนุสาวรีย์เจ้าพระยานคร (น้อย) อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช และยื่นหนังสือต่อนางกฤษตญา ตระบันพฤกษ์ วัฒนธรรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับโนราที่มาร่วมรำ ประกอบด้วย โนราอาวุโสและศิลปินโนรา 9 ราย ได้แก่ 1. โนราวีนัส 2. โนราก้อง ศ.ดาวรุ่ง 3. โนราโจ้ สองหิ้ง 4.โนราลดา ดาวรุ่ง 5.โนรานที มณีศิลป์ ศิษย์ยกทะเลน้อย 6. โนราไข่น้อย ดาวจรัสศิลป์ 7. โนราจิน ฉิมพงษ์ ศ.พุ่มเทวา 8. โนราเเจว 9.โนราชานิน มลสังข์

Advertisement

นายจิณ ฉิมพงษ์ อายุ 67 ปี ศิลปินโนราอาวุโส จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เหตุที่ตนและกลุ่มโนรา 4 จังหวัดได้แก่ พัทลุง ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช เดินทางไปรำและยื่นหนังสือนั้น ไม่ได้มีเจตนาประท้วง แต่รู้สึกน้อยใจ เอกสารเชิดชูเกียรติของกระทรวงวัฒนธรรมระบุว่า โนรากั้นมีลูกศิษย์เป็น 100 คน ตนขอถามว่า หากนำลูกศิษย์มานั่งเรียงกัน ไม่รู้จะถึง 20 คนหรือไม่ โนรากั้นไมได้เป็นที่รู้จักเลย ซ้ำยังรำได้เพียงท่าเบื้องต้นเท่านั้น ไม่เคยหัดโนราอย่างจริงจัง แม้เคยติดตามคณะโนรา ก็มีหน้าที่แค่ช่วยพับผ้า ดูแลเครื่องแต่งกายเท่านั้น

“บ้านโนราที่อยู่ในระยะไม่เกิน 3 กม. จากบ้านโนรากั้น คือ โนราปัญญาศิลป์, โนราสังข์หวาน , โนราอารีย์น้อย, โนราเลน้อย ซึ่งแต่ละท่านเป็นโนราอาวุโส ต่างไม่เคยทราบว่าโนรากั้นเป็นโนราอาชีพ เพราะเห็นรำกับกลุ่มแม่บ้าน ไม่ได้รำเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าท่านเชี่ยวชาญเป็นที่รู้จักจริง โรงเรียนในท้องถิ่น อย่างโรงเรียนหน้าปล้องก็น่าจะเชิญท่านไปสอน แต่กลับเชิญ โนราอารีย์น้อยไปสอน หลังจากที่ท่านได้ศิลปินแห่งชาติแล้ว จึงได้ค้นหาข้อมูลพบว่า คุณยายกั้นไม่ได้หัดโนราเพื่อจะเป็นโนราอาชีพ ส่วนใหญ่ติดตามคณะโนราไปจัดการเรื่องเครื่องแต่งกายของโนรา โดยเพิ่งจะเริ่มเรียนและฝึกตอนอายุ 50 กว่า และหัดด้วยตัวเอง ทำให้ไม่ทราบสายตระกูลที่แน่ชัด และรำแบบออกกำกลังกายกับกลุ่มแม่บ้าน การที่ไม่มีคนรู้จัก ไม่เป็นที่ยอมรับจากโนราภาคใต้ ไม่มีผลงานที่ปรากฏในอดีต ไม่ปรากฏผลงานการแสดงที่บ่งบอกที่สะท้อนถึงมีทักษะในการสร้างสรรค์ เหตุใดจึงได้เป็นศิลปินแห่งชาติ” นายจิณกล่าว

(อ่านข่าว ‘วีระ’ ยันเฟ้น ‘ศิลปินแห่งชาติ’ พิจารณารอบคอบแล้ว ลั่นไม่ทบทวนใหม่)

นางสาวนิพัทธ์พร เพ็งแก้ว นักเขียนสารคดีด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชื่อดัง กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือ ควรใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายชื่ออนุกรรมการและคณะกรรมการระดับชาติที่ทำการคัดเลือก พิจารณาศิลปินแห่งชาติ

“ทางแก้ปัญหาระยะยาวคือต้องโปร่งใส ให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะกรรมการผู้ตัดสินมีส่วนในการรับผิดชอบร่วมกัน เปิดเผยชื่อกรรมการ ซึ่งไม่น่าจะเสียหายอะไร ชั่งน้ำหนักแล้วได้ประโยชน์ เป็นการให้เกียรติคนที่มาเป็นกรรมการด้วย ไม่เช่นนั้นเจอปัญหาเช่นนี้ อย่างกรณีโนรากั้น รู้สึกเห็นใจ และสงสสารมากที่ต้องโดนตำหนิ กรรมการควรรับผิดชอบ” นางสาวนิพัทธ์พรกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียลมีเดียยังมีการส่งต่อบทกลอน มีเนื้อหาให้ทบทวนการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ข้อความส่วนหนึ่ง ดังนี้

“คิดกัน ให้ถี่ถ้วน กรมจึงควร ทบทวนใหม่ ขืนปล่อย พ้นขึ้นไป มีเรื่องใหญ่ ตามติดมา แห่งชาติ ประกาศก้อง รวมสิบสอง ให้มองหา ตัดออก เพียง โนรา ขึ้นตีตรา สิบเอ็ดคน ผลงาน โดดเด่นเพ ไม่ซวนเซ ให้สับสน โนรา เพียงหนึ่งคน ควรตัดหล่น จากกระบวน เพราะว่า ถ้าผ่านไป ขาดเหลื่อมใส ไม่ถี่ถ้วน เจ็ดข้อ กะขาดด้วน จึงเห็นควร ตัดไปเลย ตัดไฟ แต่ต้นลม หากชื่นชม แดกดันเหลย งานศิลป์ จะถูกเย้ย ลามเลยถึง กรมฯกระทรวง ถ้าปล่อย ถึงสูงสุด นี่แหละจุด น่าเป็นห่วง สมคบ กันหลอกลวง จึงกระทรวง คิดให้ดี ดั่งมวย ไม่ตัดสิน ชกไม่สม กับศักดิ์ศรี ไล่ลง จากเวที”