เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ร.ต.อ. (หญิง) ชนานันท์ ชัยกาวิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ริมถนนสายเลี่ยงเมืองสี่แยกดงประโดก ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชารับทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุเป็นห้องพัก พบร่างผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดอยู่ข้างเตียงนอนใกล้กับห้องน้ำ ทราบชื่อต่อมาคือ นายคาน ทองภา อายุ 62 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ถูกอาวุธมีดแทงเข้ากลางหน้าอกตัดขั้วหัวใจบาดแผลกว้างประมาณ 3 ซม. ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นภรรยาของผู้ตาย ทราบชื่อคือ นางบุญเลี้ยง อายุ 60 ปี อยู่ที่ ต.ปากโทก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถืออาวุธมีดปอกผลไม้ปลายแหลมยาว 5 นิ้ว รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนนางบุญเลี้ยงผู้ก่อเหตุให้การว่า ตนเองกับนายคาน สามี ได้อยู่กินฉันสามีภรรยามาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว และมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่มาระยะหลังประมาณ 1 ปีเศษ ตนจำได้ว่านายคานไปมีหญิงอื่นและส่งเสียเลี้ยงดูด้วย มิหนำซ้ำยังชอบทำร้ายทุบตีตนเองอยู่เป็นประจำ จึงตัดสินใจบอกเลิกรากันไปและแยกบ้านกันอยู่ กระทั่งวันนี้นายคานได้โทรศัพท์มาง้อขอคืนดีด้วยโดยนัดหมายให้ไปพบกันที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในเวลา 20.00 น. ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปพบเพื่อเคลียร์ปัญหาหัวใจ เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปนายคานกลับใช้กำลัง และพยายามจะขอมีอะไรด้วย ก่อนพยายามจะถอดกางเกงของตนออก จึงตัดสินใจหยิบอาวุธมีดที่เตรียมมาในกระเป๋าสะพายจ้วงแทงใส่ร่างสามีสุดแรงหนึ่งครั้งเพื่อป้องกันตัว จนนายคานส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดก่อนจะแน่นิ่งไป ขณะนั้นตนเองคิดว่าสามียังไม่ตายจึงรีบวิ่งไปตามแม่บ้านของโรงแรมให้มาดูแล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้รีบมาช่วยเหลือ แต่สามีทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังก่อเหตุไม่คิดหลบหนีจึงรอมอบตัวชดใช้ความผิดที่ก่อขึ้นกับตำรวจ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนางบุญเลี้ยงมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายในฐานความผิดฆ่าคนตาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตกู้ภัยนำส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อทำการผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนติดต่อแจ้งญาติให้มารับศพกลับไปเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป


