เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูโรงเรียนวัดใหม่เนินพยอม อ่าวอุดม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชลบุรี เขต 3 คนหนึ่ง ได้เข้าร้องเรียนกรณีถูกผู้บริหาร สพป.ชลบุรี เขต 3 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ใน 2 ข้อหา ได้แก่ 1.มีพฤติกรรมกลั่นแกล้ง กล่าวหา ร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความจริง ให้ได้รับความเสียหายร้ายแรง และมีพฤติกรรมยุยงให้เกิดความแตกแยก และ 2.กรณีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวันบัญชีโรงเรียน ถูกนำไปถ่ายเอกสารร้องเรียนการบริหารงานของผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเอกสารอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่การเงิน เป็นเรื่องลับของราชการ เนื่องจาก ตน และครูในโรงเรียนอีก 20 กว่าคน ได้ร่วมกันลงชื่อ และนำหลักฐานการทุจริตของผู้บริหารโรงเรียน ที่ส่อไปในทางไม่โปร่งใสเกี่ยวกับเงินในโครงการอาหารกลางวัน และโครงการอื่นๆ ส่งให้คณะกรรมการสถานศึกษาพิจารณา
ครูโรงเรียนวัดใหม่เนินพยอมฯ คนเดิม กล่าวอีกว่า ทางคณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง จึงนำหลักฐานไปยื่นที่ สพป.ชลบุรี เขต 3 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 โดยมีนายบุญเพชร วันนา รักษาการผู้อำนวยการ สพป.ชลบุรี เขต 3 รับเรื่อง แต่เรื่องไม่คืบ จึงมีการประท้วงขับไล่ผู้บริหารโรงเรียนคนดังกล่าวเมื่อวันที่ 31 มกราคม ทาง สพป.ชลบุรี เขต 3 จึงได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน 3 คนใน อ.ศรีราชา ระหว่างรอผลการสืบสวนฯ ผู้บริหาร สพป.ชลบุรี เขต 3 คนหนึ่ง ได้ขอเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวแทนนายบุญเพชร เนื่องจากสนิทสนมกับผู้บริหารโรงเรียนคนดังกล่าว โดยพยายามหาคนมาไกล่เกลี่ย ช่วยชี้แจงความบริสุทธิ์ของผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกร้องเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
“ระหว่างนั้น ผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกร้อง ได้แก้ไขเอกสารอาหารกลางวัน รวมถึง ปล่อยข่าวข่มขู่ครู และผู้ปกครอง ว่าได้ตั้งทนายฟ้องครู ผู้ปกครอง และชาวบ้าน ที่ร่วมกันลงชื่อ โดยครูมีโทษถึงให้ออกจากราชการ และให้ครู และบุคลากรบันทึกข้อความเพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยื่นหนังสือร้องเรียนผู้บริหาร เพื่อใช้เป็นเอกสารโต้แย้งเอกสารร้องเรียนที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต” ครูคนเดิมกล่าว
ครูคนเดิมกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทาง สพป.ชลบุรี เขต 3 ได้ออกหนังสือเชิญผู้บริหารโรงเรียนคนดังกล่าวไปช่วยปฏิบัติงานที่เขตพื้นที่ ในฐานะที่มีความรู้ความสามารถ และแม้ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน แต่ผู้บริหารคนดังกล่าวยังมีอำนาจสั่งการในโรงเรียนเต็มที่ และให้ผู้บริหารโรงเรียนอีกรายทำหน้าที่รักษาการแทน ซึ่งผู้บริหารรายนี้ ถูกร้องเรียนกล่าวหาเรื่องเงินสหกรณ์ และเงินวันเด็ก เช่นกัน
“อย่างไรก็ตาม หลังผู้บริหารโรงเรียนถูกร้องเรียน การเบิกเงินค่าอาหารกลางวันก็ยังคงทำเช่นเดิม คือไม่มีการตรวจรับ เนื่องจากไม่สามารถตรวจรับได้ เพราะไม่มีรายการใบส่งของ และยังสั่งให้เบิกเงินโดยไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินจากฝ่ายอาหารกลางวัน ที่รับผิดชอบโดยผู้บริหารอีกรายที่มารักษาการแทน จากนั้น ดิฉันก็ได้รับจดหมายจาก สพป.ชลบุรี เขต 3 แจ้งว่าถูกร้องเรียน และถูกตั้งคณะกรรมการสืบสวนฯ” ครูโรงเรียนวัดใหม่เนินพยอมฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหลักฐานที่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ได้ร้องไปที่ สพป.ชลบุรี เขต 3 เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดใหม่เนินพยอมฯ โดยผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกร้องเรียน ได้เบิกจ่ายค่าอาหารเกินกว่าจำนวนนักเรียนจริง เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2561 ในภาคเรียนที่ 1/2561 มีนักเรียน 541 คนๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 54,100 บาท โดยเบิกเต็มจำนวนในการเบิกทุก 5 วัน และภาคเรียนที่ 2 ตามข้อมูล 10 พฤศจิกายน 2561 มีนักเรียน 542 คน เบิกเงิน 54,200 บาท ระหว่างเดือนมีนักเรียนย้ายออก ไม่รวมนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ของเทศบาลนครแหลมฉบัง 76 คน เหลือนักเรียน 514 คน แต่ผู้บริหารโรงเรียนคนดังกล่าวยังเบิกจ่ายเต็มจำนวน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ ผู้ที่มารักษาการผู้บริหารแทน ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวกับอาหารกลางวัน ได้เข้าควบคุมด้านการเงิน และจัดรายการอาหารในแต่ละวัน และเขียนรายการเท็จเบิกเงินค่าอาหารกลางวันด้วยลายมือตัวเองใน 5 วัน เต็มจำนวน 54,200 บาท ซึ่งจากการจำกัดวงเงินในการจัดซื้ออาหารสด และแห้งในแต่ละวัน ส่งผลต่อคุณภาพ และปริมาณอาหาร ส่วนครูโภชนาการที่ได้รับแต่งตั้ง กลับไม่ได้ทำหน้าที่ เนื่องจากไม่สามารถจัดอาหารให้นักเรียนได้ภายใต้งบที่ได้รับอย่างจำกัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายการอาหารในแต่ละวัน ประกอบด้วย วันที่ 17 ธันวาคม 2561 ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น แตงโม 1 ชิ้นเล็ก วันที่ 18 ธันวาคม ใช้ข้าวสารจากการตักบาตรวันพ่อ จึงไม่ต้องซื้อข้าว ต้มข่าไก่ ขนมใสไส้ วันที่ 19 ธันวาคม ลาบไก่ ผลไม้แตงโม 2 ชิ้น วันที่ 20 ธันวาคม ผัดฟักทอง ขนมเต้าทึง วันที่ 21 ธันวาคม กระเพราไก่ กล้วยไข่ สำหรับชั้น ป.1-6 และข้าวมันไก่ กล้วยไข่ สำหรับชั้นอนุบาล เป็นต้น
นายอัมพร พินะสา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ได้สั่งการให้ผู้บริหาร สพป.ชลบุรี เขต 3 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งภายในโรงเรียน ผู้บริหาร สพป.ชลบุรี เขต 3 จึงได้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนมาปฏิบัติหน้าที่ที่ สพป.ชลบุรี เขต 3 ก่อน เพื่อรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“ผมยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีใครนิ่งนอนใจ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพท.) พยายามตรวจสอบ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นายอัมพร กล่าว
นายอัมพรกล่าวอีกว่า ส่วนจะมีการทุจริตโครงการอาหารกลางวันจริงหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทางผู้อำนวยการ สพท.ซึ่งตนได้กำชับให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด รวมถึง ดูแลครูในโรงเรียนให้สามารถปฏิบัติงานสอนตามปกติ
ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่าไม่นิ่งนอนใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีครูโรงเรียนวัดใหม่เนินพยอมฯ เข้ามาร้องเรียนกับสื่อมวลชน คิดว่าขณะนี้ครูกำลังกลัว และรู้สึกไม่ปลอดภัย ขอให้ครูรีบติดต่อมายัง พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ.และจะมอบหมายให้ พล.อ.โกศล และ สพฐ.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้ผู้บริหารโรงเรียนถูกร้องเรียนกล่าวหาเรื่องทุจริตอาหารกลางวันนั้น ถ้าเรื่องมีมูล จะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงกันต่อไป

