หนัก! ฝุ่นจิ๋วเชียงรายยังหนา ควันเผาป่ายังคลุม เมียนมาพ่นละอองน้ำช่วย

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพท้องฟ้าในพื้นที่อำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่ฟ้าหลวงของจังหวัดเชียงราย ยังคงถูกปกคลุมจากหมอกควันไฟอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นวันที่ 5 โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศพีเอ็ม 10 ในพื้นที่อำเภอแม่สาย ยังคงสูงกว่า 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่แนวชาวแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ยังคงมีการเผาป่าและเผาไร่เพื่อทำสวนของทั้งราษฎรชาวไทยและเมียนมา ในหมู่บ้านที่ห่างไกลเช่นพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยากที่เจ้าหน้าที่จะเข้าถึงไปประชาสัมพันธ์ ทางด้านประเทศไทยตามแนวชายแดนหน่วยงานภาครัฐมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง แหรือเข้าไปบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามล่าสุดทางจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สาย ซึ่งก็ได้รับผลกระผลกระทบจากหมอกควันเช่นกัน ทางการอำเภอท่าขี้เหล็กจึงก็ได้มีการตื่นตัวออกมารณรงค์แจกหน้ากากอนามัยให้กับราษฎรชาวเมียนมาจำนวน5,000ชิ้นที่สัญจรไปมาตามท้องถนนโดยมีเจ้าหน้าที่เทศบาลท่าขี้เหล็ก ตม.เมียนมา อาสาสมัครท่าขี้เหล็ก ร่วมช่วยกันแจก นอกจากนี้ยังมีการนำรถบรรทุกน้ำมาตั้งบริเวณวงเวียนก่อนเข้าเมืองท่าขี้เหล็ก ของทางเทศบาลเมียนมาจำนวน2คัน มาฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศและลดหมอกควันให้เบาบางลง

ขณะเดียวกันทาง พ.อ ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม 2 กกล.ผาเมือง ประธานคณะกรรมการTBC พื้นที่ 1 (Township Border Commitee )ได้สั่งการ ร.ท.ไผทสันต์ อมรเมธาศักดิ์ หัวหน้าหน่วยงานประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา พื้นที่ 1/ TBC พร้อมด้วยนางสาวผกายมาศ เวียร์รา ประธานสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-พม่า จังหวัดเชียงราย และประธานหอการค้าอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เข้าพบกับทางการเมียนมา โดย นายส่อ วินเท รองผู้ว่าราชการท่าขี้เหล็ก และนายซาน มีซอ นายอำเภอท่าขี้เหล็ก ที่ห้องรับรองอาคารโกลเด็นท์ พาเลส พลาซ่า ท่าขี้เหล็กเพื่อให้แก้ไขปัยหาการเผาป่าและเปาไร่ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา โดยทางเมียนมายืนยันว่าทางหน่วยงานท่าขี้เหล็ก ไม่ได้นิ่งนอนใจในปัญหาหมอกควัน ที่มีผลกระทบกับสุขภาพ ประชาชน ตลอดจนเส้นทางการบินของสนามบินท่าขี้เหล็ก ทางอำเภอท่าขี้เหล็กได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านทั้ง 19 หมู่บ้านที่ติดชายแดนไทยไม่ให้เผาวัชพืช หรือไม้อื่นๆ พร้อมให้ข้อแนะนำด้านสุขภาพประชาชนระหว่างสองประเทศที่มีบ้านเรือนตามแนวชายแดนควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่นเด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นต้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เดอะมอลล์ เปิดโลกจินตนาการแห่งเกาะปริศนา ต้อนรับเทศกาลปิดเทอมช่วงซัมเมอร์ ในงาน “Fantasia Lagoon Summer Fantasy”
บทความถัดไปหาเสียง‘ประชานิยม’ กับคำถาม‘เงินน่ะ มีไหม’