ปิดล้อมยิงปะทะโจรใต้จับได้ 3 คน สารภาพวางแผนลอบวางระเบิด

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ขณะเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 31/2 บ้านค่าย ม.7 ต.ปุโละปูโย จนเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยได้ 3 คน ประกอบด้วย นายอิบรอแป สิเดะ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหามีหมายจับคดีความมั่นคง จำนวน 3 หมาย นายมะสุกรี สาและ อายุ 36 ปี และนายอิสมาแอ อาแว อายุ 41 ปี จากการตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืน ขนาด .38 พร้อมกระสุนปืน ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอน เป้สนาม จำนวน 2 ใบ ข้างในมีเสื้อผ้าและอุปกรณ์เดินป่า เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ยังพบรอยเลือดบริเวณหลังบ้าน คาดว่าเป็นเลือดของคนร้ายที่หลบหนี

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า กรมทหารพรานที่ 43 ได้มีการจัดกำลังเข้าไปลาดตระเวนพิสูจน์ทราบบริเวณพื้นที่ ต.ปุโละปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบคนต้องสงสัยซ่องสุมอยู่ในบ้านจำนวน 4 ราย และได้มีเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ซึ่งในเบื้องต้นเราสามารถควบคุมตัวได้ 3 คน แล้วคนร้ายหลบหนีไป 1 คน

จากการตรวจสอบพบว่า 2 คนที่ถูกควบคุมตัวเคยติดคุกในคดีความมั่นคงเมื่อปี 2551-2552 อีกหนึ่งคนมีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 3 หมาย สำหรับคนที่หลบหนีไปได้เราพบรอยเลือดในบริเวณที่ใกล้เคียงคาดว่าได้รับบาดเจ็บจากการปะทะเมื่อวาน มีหมาย ป.วิอาญาจำนวน 5 หมาย ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในการติดตาม จากการซักถามทั้ง 3 คนที่โดนจับกุม เบื้องต้นได้ให้การยอมรับสารภาพว่า มาร่วมประชุมวางแผนในบริเวณบ้านหลังดังกล่าวเพื่อเตรียมก่อเหตุโดยการวางระเบิดซึ่งเป็นความโชคดีของพี่น้องประชาชน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมบุคคลดังกล่าวได้ก่อน

พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภายใต้พื้นฐานของกฎหมายในการเข้าไปติดตามจับกุมคนร้ายทั้งในพื้นที่หมู่บ้านเชิงเขาหรือหมู่บ้านเชิงเดี่ยว หรือไม่ก็ทางฐานปฏิบัติการในพื้นที่ในภูเขา เราปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายสิ่งที่รัฐจำเป็นต้องดำเนินก็คือการกำหนดมาตรการในการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย โดยเฉพาะเป้าหมายอ่อนแอ เป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งทางท่านแม่ทัพก็ได้มีการเน้นย้ำไปยังทุกหน่วยเฉพาะกิจให้วางระบบรักษาความปลอดภัยโดยขณะนี้เราได้มีการปรับแผนในการรักษาความปลอดภัยชุมชนล่อแหลม ชุมชนเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะวัด ประสานขอความร่วมมือกำลังภาคประชาชนให้เขามาช่วยกันดูแลในลักษณะของชุมชนเข้มแข็ง ในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนปรับใช้กลยุทธ์ไปดูแลพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตั้ง “ทิพวัลย์” ผอ.สอว. คุมประชาสัมพันธ์กระทรวงวิทย์ฯ- เด้งคนเก่าพ้นสำนัก
บทความถัดไป‘รองโฆษกปชป.’ แจงเหตุการณ์ชูป้ายที่บางแค เป็นเรื่องส่วนตัวเครือญาติอดีตส.ส.