หน้าแรก ภูมิภาค ทหารพบผู้รับเ...

ทหารพบผู้รับเหมาลักลอบขายดินหลวง นายกเทศมนตรีฯยอมรับจริง แต่อ้างขายในราคาถูก

19.05.16 | 11:20 น.

กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้นำชุมชนลงพื้นที่ตรวจสอบการขุดลอกโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบ้านโนนสูง ต.โนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ของสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 4 กรมทรัพยากรน้ำ จ.ขอนแก่น หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสมีการลักลอบขายดินหลวง ขณะที่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสูงยอมรับผู้รับเหมาขายดินให้กับชาวบ้านจริง แต่ขายในราคาถูก

จากกรณีชาวบ้านใน ต.โนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พบบริษัทรับเหมาที่กำลังทำการขุดลอกหนองน้ำบ้านโนนสูง ต.โนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 4 กรมทรัพยากรน้ำ จ.ขอนแก่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ โดยมีการนำดินที่ขุดออกมาจากหนองน้ำ แล้วไปลักลอบขายให้กับชาวบ้านเฉลี่ยรถละ 100-500 บาท และบางรายเป็นการรับเหมาถมดินครั้งละ 70,000 บาท ซึ่งถือเป็นการขโมยทรัพย์สินของแผ่นดินไปขาย เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานป.ป.ช.กาฬสินธุ์ ปปท. ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ สตง.ลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบ เพื่อระงับการขุดลอกและระงับการเบิกจ่ายจนกว่าจะมีการตรวจสอบและเอาผิดกับผู้ที่ลักลอบขายดินหลวงในครั้งนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2559 ร.ต.ประธาน ประไชยโย หัวหน้าชุดปฏิบัติการพื้นที่ กองพันทหารม้าที่ 14 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมกำลังทหาร และผู้นำชุมชนลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีประชาชนแจ้งเบาะแสว่า ผู้รับเหมาได้ลักลอบขายดินที่ขุดลอกออกมาจากหนองน้ำบ้านโนนสูง ต.โนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และขายดินให้กับชาวบ้าน โดยจากการสอบพบว่าเป็นการขุดลอก โดยมีป้ายโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองบ้านโนนสูง ต.โนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ผู้ว่าจ้างสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 4 กรมทรัพยากรน้ำ จ.ขอนแก่น สัญญาเลขที่ สทภ.4/ป.13/2559 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2558 เริ่มสัญญาวันที่ 10 ธันวาคม 2558 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 6 มิถุนายน 2559 รวมระยะเวลา 180 วัน รวมงบประมาณค่าก่อสร้าง 5,043,794 บาท โดยมี หจก.ศรัญมอเตอร์ เป็นผู้รับจ้าง

โดยจากการตรวจสอบพบมีกองดินกระจัดกระจายอยู่ตามบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้าน และจากการสอบถามชาวบ้านและผู้นำชุมชน ระบุว่า กองดินที่อยู่ตามบ้านเรือนนั้นผู้รับเหมานำมาขายให้กับชาวบ้าน เฉลี่ยรถบรรทุก 6 ล้อ คันละ 100-500 บาท บางรายเป็นการเหมาถมดิน โดยคิดราคาเป็นตารางเมตร ซึ่งขึ้นอยู่กับความกว้างของพื้นที่ ส่วนใหญ่จะเหมาถมดินและจ่ายเงิน 70,000 – 80,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้าสอบถามข้อมูลและข้อเท็จจริงกับนายคณิต โยมศรีเคน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสูง พร้อมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโนนสูง โดยนายคณิต ยอมรับว่า ผู้รับเหมามีการขายดินให้กับชาวบ้านจริง โดยส่วนใหญ่จะขายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้กับสถานที่ขุดลอก โดยขายในราคาถูกๆ และบางครั้งอาจจะเป็นการนำดินไปถมที่ให้กับชาวบ้าน เพื่อแลกกับเป็ด และไก่ แต่ก็เป็นความต้องการของชาวบ้าน ซึ่งทางเทศบาลตำบลโนนสูงก็ได้มีการแจ้งเตือนกับผู้ประกอบการให้ทราบและหยุดการขายดินให้กับชาวบ้านแล้ว เนื่องจากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

Advertisement

นายคณิต โยมศรีเคน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสูง กล่าวว่า สำหรับหนองน้ำบ้านโนนสูง เดิมชื่อหนองสองห้อง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสาธารณะที่ใช้ผลิตน้ำอุปโภค บริโภค ให้กับชาวบ้านโนนสูงจำนวน 4 หมู่บ้าน ซึ่งที่ผ่านมาเทศบาลตำบลโนนสูงได้ทำการขุดลอกไปแล้ว 1 ครั้ง โดยใช้งบประมาณ 2,200,000 บาท เนื่องจากมีความตื้นเขิน แต่ก็ยังไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอกับความต้องการของชาวบ้าน กระทั่งล่าสุดสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 4 กรมทรัพยากรน้ำ จ.ขอนแก่น ได้แจ้งเข้ามาว่าจะมีโครงการเข้ามาขุดลอกหนองน้ำดังกล่าว โดยให้เตรียมสถานที่ทิ้งดินไว้ ดังนั้นทางเทศบาลจึงจัดหาสถานที่นำดินไปไว้บริเวณดอนปู่ตา ซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์ และเพียงพอต่อปริมาณดินที่ขุดออกมาได้ทั้งหมด แต่มาระยะหลังผู้รับเหมากลับมีการขายดินให้กับชาวบ้าน แต่ยืนยันว่าเป็นการขายในราคาถูก และทำให้ชาวบ้านได้ประโยชน์

ด้าน ร.ต.ประธาน ประไชยโย หัวหน้าชุดปฏิบัติการพื้นที่กองพันทหารม้าที่ 14 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบและสอบถามชาวบ้านทราบว่า มีการลักลอบนำดินออกมาขายให้กับชาวบ้านหลายรายทั้ง 4 หมู่บ้านจริง โดยมีทั้งการขายเป็นคันรถ และเป็นการเหมาถมดินคิดราคาเป็นตารางเมตร และจากการสอบถามนายกเทศมนตรีตำบลโนนสูง ซึ่งเป็นดูแลรับผิดชอบเจ้าของพื้นที่ก็ยอมรับว่ามีการลักลอบขายดินจริง ดังนั้นจะต้องนำเรื่องรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาและมีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป