หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่ายเหมื...

เครือข่ายเหมืองทอง 3 จว. ยื่นทบทวนปิดเหมือง วอนบิ๊กตู่ลงมาสัมผัสชีวิตชาวบ้านรอบพื้นที่

19.05.16 | 12:55 น.

วันที่ 19 พฤษภาคม  บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิจิตร กลุ่มคนงาน พนักงาน ผู้บริหาร เหมืองแร่ทองคำ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด และครอบครัวที่อาศัยพื้นที่โดยรอบเหมืองแร่ทองคำ 3 จังหวัดคือพิจิตร เพชรบูรณ์ และจังหวัดพิษณุโลก รวม 29 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 5 พันคน ได้เดินทางมาแสดงจุดยืนต้องการเหมืองแร่ทองคำคืนหลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ให้ยุติการสำรวจแร่ทองคำ และยุติประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ รวมถึงยุติคำขอต่ออายุประทานบัตร ให้กับบริษัท อัครารีซอร์สเซส จำกัด โดยให้มีผลถึงสิ้นปีนี้

โดยชาวบ้านและกลุ่มคนงานดังกล่าวได้แสดงพลัง พร้อมการถือป้ายเรียกร้องเหมืองทองคืน และหมุนเวียนสลับกันขึ้นเวทีไฮปาร์ค ถึงผลกระทบต่อการถูกสั่งปิดเหมืองแร่ทองคำ ที่มีผลต่อชาวบ้าน ผู้ใช้แรงงานและผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจและสังคมพื้นที่รอบเหมืองทอง พร้อมกันนี้กลุ่มคนงานได้ยื่นหนังสือลายมือชื่อ ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยผ่านไปยัง นางฉัตรพร ราชดุษฎี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี รวมถึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่มาสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านรอบๆ เหมืองทองด้วยตนเอง พร้อมพูดคุยกับชาวบ้านตัวจริง ที่ไม่ใช่กลุ่มเอ็นจีโอ ตลอดจนวิงวอนให้นายกรัฐมนตรี ให้ความเป็นธรรมแก่กลุ่มคนงาน พนักงาน ผู้บริหารและครอบครัวบริษัทเหมืองทองดังกล่าว

ต่อมา นางฉัตรพร ซึ่งติดราชการ ได้มอบหมายให้ นายพิษณุ เสนาวิน รองผู้ว่าฯจังหวัดพิจิตร ได้ลงมารับหนังสือดังกล่าว และกล่าวกับกลุ่มคนงาน ชาวบ้านว่า จะนำหนังสือการแสดงพลังดังกล่าวส่งให้นายกรัฐมนตรี ตามขั้นตอนของทางราชการต่อไป

201605191127112-20021028190207

นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการฝ่ายประสานงานกิจการภายนอก บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อแสดงจุดยืนและขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรีว่าการประกอบกิจการเหมืองแร่ของบริษัทได้มาตรฐานทุกประการ และหากเหมืองถูกปิดจะทำให้คนงาน พนักงานรวมถึงชาวบ้านต่างรอบเหมืองที่ประกอบการค้าขายต่างๆได้รับผลกระทบด้วย

Advertisement

ด้านนายวรากร จำนงนารถ อดีตกำนัน ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร  กล่าวว่า หลังจากที่มีมติ ของคณะรัฐมนตรี ให้ปิดเหมืองแร่ทองคำ พวกเราชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเหมืองทองเดินทางมารวมพลังจุดยืนและฝากบอกผ่านไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ว่าพวกเราชาวบ้านตัวจริงไม่ได้รับผลกระทบจากเหมืองทอง ไม่เคยมีความขัดแย้งกันแต่อย่างใดอย่างกลุ่มที่มีเจตนาแอบแฝงโดยมาเป็นข้ออ้าง สร้างเรื่องราวเพื่อหาประโยชน์ในการปั่นราคาที่ดินตลอดจนหาประโยชน์ ในกองทุนประกันความเสี่ยงที่มีอยู่ 80 ล้านภายใต้การดูแลของอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่โดยยกประเด็นเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมาเป็นข้ออ้าง วันนี้พวกเราขอความยุติธรรมให้กับเหมืองทองที่สั่งปิด วอนนายกฯ ทบทวนเรื่องนี้

ขณะที่ น.ส.ธัญญารัศมิ์ สินทรธรรมทัศ แกนนำชาวบ้านที่คัดค้านเหมืองทอง ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ระหว่างเดินทางไปยื่นหนังสือที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ว่าการที่คนงาน ผู้บริหารเหมืองทอง มายื่นหนังสือเป็นสิทธิที่เขาสามารถจะทำได้เนื่องจากเขาเป็นผู้เสียผลประโยชน์แต่อย่างไรอยากจะให้มองถึงชีวิตชาวบ้านที่อยู่รอบเหมือง ที่ไม่ใช่การแสวงหาเงินทองมากกว่าถึงแม้เหมืองถูกสั่งปิดหน่วยงานรัฐเขาก็ต้องลงมาดูแลคนงานพนักงานอยู่แล้ว ส่วนแกนนำชาวบ้านที่คัดค้านเหมืองทองวันนี้ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เช่นเดียวกัน เพื่อให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ออกหนังสือยืนยันชัดเจนว่า ที่นายกรัฐมนตรีออกมาแถลงนั้นเป็นมติ ครม.หรือการแถลง เพื่อออกหนังสือให้ชัดเจน