หน้าแรก ภูมิภาค ‘นายอำเ...

‘นายอำเภอนาแก’ แจงยิบถูกผู้สมัครส.ส.เขต 4 นครพนม กล่าวหาขายดินหลวง

20.03.19 | 18:14 น.

กรณี นายพัฒนา โต๊ะชาลี ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม พรรคชาติไทยพัฒนา (ชพน.) ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดนครพนม กล่าวหานายศรี ศรีพุทธรินทร์ นายอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม พร้อมกับพวก ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังจากได้รับร้องทุกข์จากชาวบ้านพื้นที่บ้านดานสาวคอย ต.นาแก ว่า นายศรี ศรีพุทธรินทร์ นายอำเภอนาแก กับนายทวี ทองคำ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ) พร้อมอาสาสมัครรักษาดินแดน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านดานสาวคอย และเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ร่วมกันลักลอบตัดต้นไม้ (ยูคาลิปตัส) และขุดดินในที่ราชพัสดุ ก่อนนำไปขายชาวบ้านราคารถละ 200 บาท จึงเห็นว่านายศรีและพวกได้ร่วมกันทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เบียดบังลักลอบตัดไม้ ขุดดินในที่ดินหลวงไปขายโดยมิชอบและเพื่อประโยชน์ส่วนตน 

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายศรี ศรีพุทธรินทร์ นายอำเภอนาแก ที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวมติชน ว่า สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ทุกเรื่อง โดยหลังเข้ารับตำแหน่งนายอำเภอนาแกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง กระทั่งได้ออกตรวจราชการตามปกติ ก่อนมีเหตุต้องไปแวะรับอาสาสมัคร (อส.) ที่บ้านดานสาวคอย จึงได้ความว่ามักจะมี อส.หลายคนมาฝึกยิงปืนที่บริเวณกองร้อย อส. (เก่า) แห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ดินที่ปล่อยให้รกร้างมานับสิบปี ต่อมาจึงสอบถามว่าบริเวณนี้ถูกปล่อยทิ้งไม่ได้ทำประโยชน์มานาน ทำให้กลุ่ม อส. หรือชุดรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน และอาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือน มักนัดหมายกันมาฝึกยิงปืนบริเวณนี้เสมอ จึงเห็นว่าควรมีสนามฝึกยิงปืนให้เป็นที่เป็นทาง ไม่ใช่มาฝึกกันในที่ไม่มิดชิดดังกล่าว

นายศรีกล่าวว่า จากนั้นจึงปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีความเห็นตรงกันให้จัดทำสนามฝึกยิงปืน จึงมอบหมายให้นายทัศพร เชื้อตาพลอย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านดานสาวคอย ไปประชาคมกับชาวบ้านก่อนมีมติให้ดำเนินการตามแผน โดยรายละเอียดจะขุดดินขึ้นมาตั้งเป็นบังเกอร์ ส่วนบริเวณที่ขุดดินให้จัดทำเป็นบ่อน้ำ สำหรับอุปโภคบริโภคช่วงหน้าแล้งของชาวบ้าน แต่เนื่องจากทางอำเภอไม่มีงบประมาณ ต้องหาทุนในการปรับปรุงพื้นที่ ต่อมาทางประชาคมชาวบ้านเห็นดี พร้อมเสนอให้ตัดต้นยูคาลิปตัสไปขาย เพื่อนำเงินมาเป็นทุน หลังจากนั้นจึงขอความอนุเคราะห์เครื่องมือหนักจากหน่วยพัฒนาการทหารเคลื่อนที่ 22 (นพค.22) นำรถแบ๊กโฮมาขุดดินถมเป็นบังเกอร์ ซึ่งก็มีชาวบ้านอยากได้ดินไปถมที่บ้าน ตนจึงให้นายทัศพร ผู้ใหญ่บ้าน มาขอความเห็น ตนจึงแจ้งกลับไปว่าชาวบ้านต้องไปหารถมาขุดและขนเอง ก่อนที่ชาวบ้านจ้างเอกชนมาขุดดิน พร้อมมีหนังสืออนุญาตขอดินบริเวณที่ราชพัสดุเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนมีผู้กล่าวหาว่าตนนำดินหลวงไปขายนั้น ไม่เป็นความจริง

Advertisement

หลังจากนั้นนายทัศพร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านดานสาวคอย ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบริเวณกองร้อย อส.เก่า พร้อมกับเปิดเผยว่า กองร้อยนี้ถูกปล่อยให้ร้างมานาน อาคารที่ทำการถูกขโมยงัดหน้าต่างและสายไฟไปขายหมด ทั้งยังเป็นที่มั่วสุมยาเสพติด หากพัฒนาปรับปรุงให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิมจะเป็นผลดีต่อชุมชน สำหรับข้อกล่าวหาว่านายอำเภอขุดดินขายไม่เป็นความจริง ซึ่งมีชาวบ้านยืนยันความบริสุทธิ์ได้ เพราะชาวบ้านจ่ายค่าขนส่งให้รถบรรทุกดินคันละ 200 บาทกันเอง และการตัดต้นยูคาลิปตัสไปขายนั้นเป็นมติของชาวบ้าน ได้เงินมาจำนวน 35,000 บาท เก็บไว้เป็นทุนในการปรับปรุงฟื้นฟูสถานที่กองร้อย ตอนนี้เงินจำนวนดังกล่าวอยู่ในกองทุน ไม่ได้ไปตกอยู่ในกระเป๋าผู้หนึ่งผู้ใด

ด้านนางลัดดา แสนดี อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 155 หมู่ 6 บ้านนาป่งคอง ต.นาแก ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่นำดินจากที่ราชพัสดุมาถมที่บ้าน พร้อมกับโชว์หนังสือขออนุญาตให้ดู เผยว่า มีคนกลุ่มหนึ่งอ้างเป็นตำรวจสายสืบจากส่วนกลาง มาสอบถามว่าดินนี้ซื้อมาเท่าไหร่ ใครเป็นคนเก็บเงิน พยายามจะให้พูดพาดพิงถึงนายอำเภอนาแก แต่ตนก็พูดตามความเป็นจริงว่าชาวบ้านมีน้ำใจที่จะจ่ายเงินให้รถบรรทุกคันละ 200 บาท จึงอยากจะถามว่าพวกเขาต้องการอะไร ทำไมมาถ่วงความเจริญของหมู่บ้าน เช่นเดียวกับนายคำไป่ หลวงหมื่น อายุ 59 ปี ก็พูดเหมือนกันว่าจ่ายเงินให้คนขับรถบรรทุกดิน 200 บาท เพื่อเป็นน้ำใจที่อุตส่าห์ขนดินมาถมที่บ้านให้ และนางลัดดายังกล่าวเพิ่มเติมว่า คนกลุ่มนี้นอกจากจะอ้างเป็นตำรวจหน่วยสืบราชการลับแล้ว บางคนยังอ้างเป็นปลัด และนักข่าวจากส่วนกลางอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีนายอำเภอถูกร้องเรียนครั้งนี้น่าจะเกิดจากความไม่พอใจของข้าราชการรายหนึ่ง ที่หมายมั่นปั้นมือจะขึ้นมาเป็นนายอำเภอนาแก แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจากกระทรวงมหาดไทย จึงพยายามหาหนทางทำลายชื่อเสียงของนายอำเภอคนปัจจุบัน โดยอาศัยมือผู้สมัคร ส.ส. และญาติอดีตเป็นปลัด อบต.แห่งหนึ่งที่ถูกไล่ออกจากราชการ เพราะหลังจากเป็นข่าวขึ้นมาข้าราชการรายนี้ก็ถือโอกาสโพสต์เฟซบุ๊กด่านายอำเภอได้รับความเสียหาย พร้อมกล่าวหาว่านำดิน นพค.22 ไปขาย ซึ่งเรื่องนี้ น.อ.เชิดชู ชูเสน รอง ผบ.นพค.22 รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เพราะที่ดินแปลงดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ นพค.22 โดยต่อมาได้แจ้งไปยังข้าราชการคนดังกล่าว หากไม่ลบโพสต์ใส่ร้าย นพค.22 จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป