วันที่ 23 มีนาคม 2562 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั่วทุกภาคของประเทศกำลังเสี่ยงประสบปัญหาภัยแล้งเนื่องจากในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่ มกราคม-มีนาคม 2562 ปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ และคาดการณ์ว่าจะแล้งต่อเนื่องถึงกลางเดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่เสี่ยงประสบภัยแล้งระดับปานกลาง-สูง จำนวน 15 อำเภอ 100 ตำบล 767 หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในระดับพื้นที่เสี่ยง ด้านการเกษตร นาข้าว 29,000 ไร่ พืชไร่ 9,000 ไร่ และพืชสวน 50,000 ไร่
ขณะนี้ได้มีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง/ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเฝ้าระวังติดตามและอำนวยการการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้ง ไฟป้าและหมอกควัน พร้อมทั้งได้ตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำของจังหวัด ตลอดจนปัญหาการใช้น้ำของทุกภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ และน้ำเพื่อการเกษตรอย่างใกล้ชิด
นายจำเริญ กล่าวว่า ขณะนี้ส่วนราชการ หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้กำลังคน วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น รถยนต์บรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน องค์กรสาธารณกุศลที่มีศักยภาพตามแนวทางประชารัฐ ในการสนับสนุนทรัพยากร ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยแล้ง
ในส่วนของอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจ ซ่อมแซมภาชนะเก็บกักน้ำกลางให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ และจัดทำแผนการแจกจ่ายน้ำในแต่ละหมู่บ้าน/ชุมชนโดยกำหนดจุดแจกจ่าย น้ำกลาง เพื่อการอุปโภคบริโภคบริเวณสถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมให้ข้อมูลข่าวสาร การแจ้งเตือนตลอดจนคำแนะนำในการปฏิบัติแก่ประชาชนในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ให้บูรณาการหน่วยงานระดับพื้นที่ในการติดตาม เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนการจัดสรรน้ำ แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ตลอดจนมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ในส่วนของพี่น้องประชาชน เกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการประหยัดน้ำ เช่น การจัดหาภาชนะเก็บกักน้ำ การใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรอย่างประหยัด ถูกวิธี ถูกสุขลักษณะ ทั้งพื้นที่ในเขตและนอกเขตชลประทานขอให้เพาะปลูกพืชเท่าที่จำเป็น หรือพืชที่ใช้น้ำน้อย โดยขอให้เชื่อฟังตามคำแนะนำของทางราชการ อย่างไรก็ตามจังหวัดได้มีการประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจัดทำฝนหลวงในพื้นที่ทันทีเมื่อสภาวะอากาศเอื้ออำนวย


