หน้าแรก ภูมิภาค เปิดตำนานปราส...

เปิดตำนานปราสาทสระกำแพงน้อย แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ศรีสะเกษ ผู้ว่าฯจับมือ เครือมติชน เสวนาเสวยราชสมบัติกษัตรา

27.03.19 | 15:35 น.

สืบเนื่องมาจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม นับเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของคนไทย และอาจเป็นเพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิตของหลายคนที่จะได้อยู่ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อมีหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาประกาศให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ จึงได้คัดเลือกบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ปราสาทสระกำแพงน้อยŽ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะใช้ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2562


สำหรับ จ.ศรีสะเกษ มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เคยใช้ในพระราชพิธีสำคัญจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ บ่อน้ำหน้าวัดเขียน, บ่อน้ำบ้านบก, บ่อน้ำบ้านลำภู อ.ขุขันธ์ และบ่อน้ำที่ปราสาทสระกำแพงน้อย ในบริเวณวัดเทพปราสาท บ้านกลาง หมู่ 4 ต.ขะยูง อ.อุทุมพรพิสัย น้ำจากที่นี่ยังเคยนำทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในงานพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554 อีกทั้งยังเคยใช้ในการประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกด้วย

ในส่วนบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ปราสาทสระกำแพงน้อย คือ สระน้ำที่อยู่นอกกำแพงทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาทสระกำแพงน้อย ลักษณะของสระนั้นคันขอบก่อกรุด้วยศิลาแลงทอดเป็นขั้นๆ ลงไปยังก้นสระ มีน้ำขังตลอดทั้งปี สระมีขนาดเล็ก ชาวพื้นถิ่นอีสานเลยเรียกว่า สระกำแพงน้อยŽ คำว่า น้อยŽ ในภาษาไทยอีสานหมายถึง เล็กŽ จึงอาจเป็นที่มาของชื่อโบราณสถานแห่งนี้ แต่ในยุคที่สร้างปราสาทจะชื่ออะไรนั้นไม่ทราบ

รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อธิบายถึงปราสาทดังกล่าว ในเว็บไซต์ศูนย์ศึกษาศิลปกรรมโบราณในเอเชียอาคเนย์ คณะโบราณคดี ไว้ดังนี้ ปราสาทสระกำแพงน้อย เป็นหนึ่งในศาสนสถานประเภท อโรคยศาลž หรือสถานพยาบาลซึ่งปรากฏหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตามจารึกปราสาทตาพรหมระบุว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 18) โปรดให้สร้างขึ้นจำนวน 102 แห่งในทุกๆ วิษัย (เมือง)

Advertisement

ปัจจุบัน ปราสาทสระกำแพงน้อย สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถานที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงโปรดให้สร้างขึ้นในจำนวนทั้งสิ้น 102 แห่ง ซึ่งปัจจุบันค้นพบอโรคยศาลในดินแดนไทยจำนวน 30 หลัง อโรคยศาลบางหลังได้พบจารึกด้วย ทำให้เราทราบถึงความห่วงใยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ทรงมีต่อประชาชนว่า โรคทางกายของปวงชนนี้ เป็นโรคทางจิตใจที่เจ็บปวดยิ่ง เพราะความทุกข์ของราษฎร แม้มิใช่ความทุกข์ของพระองค์ แต่เป็นทุกข์ของเจ้าเมืองŽ

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า พระราชพิธีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของชาวไทยทั้งชาตินี้ จะเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 6 เมษายน ในเวลา 11.59 น. สิ่งที่สำคัญคือ จะมีการซ้อมใหญ่ในวันที่ 3 เมษายน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากทุกส่วนราชการร่วมกันดูแล และที่น่าภาคภูมิใจมากไปกว่านั้นคือ เราได้ร่วมกับทางมติชน ข่าวสด จะมีการเสวนาอภิปรายในวันที่ 27 มีนาคม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

พิธีพลีกรรมน้ำศักดิ์สิทธิ์ จะตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระน้ำอโนดาต ที่วัดปราสาทสระกำแพงน้อย ต.กำแพง อ.อุทุมพรพิสัย หลังจากตักน้ำเสร็จแล้วจะนำน้ำที่ตักขึ้นมาไปทำพิธีที่วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งจะมีพิธีการสมโภชน้ำศักดิ์สิทธิ์ในวันที่ 8 เมษายน มีพิธีเวียนเทียนวันที่ 9 เมษายน และวันที่ 10 เมษายน ตนจะนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ทำพิธีเรียบร้อยแล้วเข้าส่วนกลาง จึงขอเชิญชวนประชาชนไปร่วมพิธี เพราะพื้นที่ภายในวัดเทพปราสาทสระกำแพงน้อย รองรับประชาชนได้ประมาณ 10,000 คน ประชาชนจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในพิธีการต่างๆ ได้ และขอเน้นย้ำว่าการเสวนาจะมีการแสดงนิทรรศการให้ประชาชนได้ชมในวันที่ 6 เมษายน ที่วัดเทพปราสาทสระกำแพงน้อยด้วย

นายวีระศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ความร่วมมือกับเครือมติชน ประชาชนจะได้ประโยชน์มาก ต้องบอกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนคนศรีสะเกษผูกพันกันมาแต่ยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 พระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้เคยเสด็จฯมาที่ จ.ศรีสะเกษ และเสด็จฯมาที่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีพระราชดำรัสใจความว่า

จ.ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างยากจน มีปัญหาค่อนข้างมาก นับแต่นี้ต่อไป พระองค์ทรงให้พร พูดแล้วยังขนลุกอยู่เลย นับแต่นี้ต่อไปขอให้จังหวัดนี้พ้นจากความแร้นแค้น ให้มีความอยู่ดีกินดี ซึ่งอันนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า เป็นความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนคนศรีสะเกษอย่างมาก แทบจะบรรยายไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น การจัดพิธีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นทั้งความปีติใจ ความตื้นตันใจ และความผูกพันระหว่างสถาบัน ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ถือว่าเป็นส่วนรวมจิตใจคนไทยทั้งชาติ ยิ่งพอทราบประวัติความเป็นมาว่าพระองค์ท่านเคยเสด็จฯมาที่ จ.ศรีสะเกษ และมีพระราชดำรัสต่อพี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษยิ่งมีความภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะในหลวงรัชกาลที่ 10 เคยเสด็จฯมาที่ จ.ศรีสะเกษถึง 10 ครั้ง เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจและเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของชาว จ.ศรีสะเกษอย่างมาก

“สำหรับการประชุมเสวนา เสวยราชสมบัติกษัตราŽ ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 เป็นความร่วมมือกันระหว่าง จ.ศรีสะเกษ กับเครือมติชน ที่ได้กำหนดจัดงานนี้ขึ้นในวันพุธที่ 27 มีนาคม ที่ห้องประชุมศรีวรรณเกียรติสุรนนท์ (ชั้น 2) ตึกอธิการบดี มรภ.ศรีสะเกษ กิจกรรมภายในงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.40 น. พิธีเปิดนิทรรศการ เสวยราชสมบัติกษัตราŽ ที่ห้องโถงชั้นล่าง ตึกอธิการบดี มรภ.ศรีสะเกษ โดยมีตนเป็นประธานในพิธีเปิดและเยี่ยมชมนิทรรศการ” นายวีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย