หน้าแรก ภูมิภาค คืบลานขายของข...

คืบลานขายของข่วงท่าแพ เผยรอกรมศิลป์อนุญาตก่อนให้ใช้พื้นที่ ผู้ค้าชี้ไม่พอก็หาที่อื่นแทน

20.05.16 | 17:20 น.

วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 นายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ 4 ฝ่ายของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ผบ.มทบ.33 ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มีมติให้พ่อค้าแม่ค้าจำนวน 264 รายกลับเข้ามาค้าขายบนลานประตูท่าแพได้อีกครั้ง แต่ต้องรอเทศบาลนครเชียงใหม่ทำเรื่องขออนุญาตกรมศิลปากรเจ้าของพื้นที่ก่อนว่า ขณะนี้เรื่องยังมาไม่ถึง คาดว่าน่าจะอยู่ที่ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ จึงยังไม่ได้มีการอนุมัติการขอใช้พื้นที่แต่อย่างใด และที่สำคัญเป็นอำนาจของอธิบดีกรมศิลปากรที่จะลงนาม

“แต่ก่อนหน้านี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่กลุ่มอนุรักษ์เข้าร่วมหารือกับคณะกรรมการดังกล่าว และได้รับรายงานมาว่าการเข้ามาตั้งร้านค้าขายของบนลานประตูท่าแพไม่กระทบโบราณสถานแต่อย่างใด จึงมีแนวโน้มว่าจะอนุมัติให้ใช้พื้นที่ได้ เพราะทราบว่ามีการแบ่งพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์คนละครึ่ง เนื่องจากที่ผ่านมากรมศิลปากรไม่เคยเข้ามามีอำนาจดูแลแต่เดิม จำได้ว่าตอนจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี ยังต้องขออนุญาตเทศบาลนครเชียงใหม่ในขณะนั้นเลย แต่ตอนนี้ก็ต้องว่ากันไปตามเกม” นายสุพจน์ กล่าว

นายสุพจน์กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีประชาชนอีกกลุ่มขอให้กรมศิลปากรทบทวนการขอใช้พื้นที่นั้น ก็ต้องรอดูก่อน และจะพิจารณาเป็นเรื่องๆ เพื่อเสนออธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้ตัดสินใจต่อไป

อย่างไรก็ตาม พ่อค้าบนลานประตูท่าแพรายหนึ่งเปิดใจว่า จำนวน 264 ล็อก คงไม่เพียงพอต่อการเยียวยาพ่อค้าแม่ค้าที่เคยขายมาทั้งหมดไม่น้อยกว่า 800 ล็อก จึงอยากให้เทศบาลนครเชียงใหม่ทบทวนหาพื้นที่อื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนคนเดินวันอาทิตย์มาจัดสรรให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าใหม่เพื่อให้มีอาชีพและรายได้ต่อไป โดยไม่ต้องขึ้นไปขายบนลานท่าแพก็ได้ เพราะหากจะพูดความจริงแล้ว เงื่อนไข 4 ข้อที่ว่าต้องเป็นคนไทยมีบัตรประจำตัวประชาชน มีภูมิลำเนาในเชียงใหม่ เป็นผู้ค้าเก่าที่เคยมีชื่อขายบนท่าแพเท่านั้น และต้องมีการยื่นเสียภาษีกับสรรพากร โดยนำหลักฐานทั้งหมดพร้อมแบบฟอร์มยื่นที่กรมธนารักษ์ด้วยตนเองเท่านั้นในวันที่ 23-24 พฤษภาคมนี้ บางข้อมีพ่อค้าแม่ค้าไม่เข้าเกณฑ์อยู่จำนวนมากเช่นกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนที่จะเข้ามาขายของได้ต้องทำอย่างไร พ่อค้ากล่าวว่า ไปลงชื่อที่เทศกิจแล้วจ่ายเงินค่าที่ครั้งแรก 500 บาท ก็จะได้จุดขายของมา เสียค่าไฟ 10 บาทต่อครั้ง แต่เมื่อถามว่าหลังจากนั้นมีการเก็บค่าที่รายวันอีกหรือไม่ในวันอาทิตย์ พ่อค้าคนเดิมไม่ตอบ ได้แต่หัวเราะ

Advertisement

ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในส่วนของคณะกรรมการรายหนึ่งเปิดเผยว่า จำนวนรายชื่อพ่อค้าแม่ค้าบนลานประตูท่าแพตามบัญชีมีทั้งสิ้น 764 ราย สามารถปัดลงไปแทรกอยู่ในถนนคนเดินวันอาทิตย์ได้ทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่บนลานประตูท่าแพเลย เพราะเป็นเพียง 5% ของพ่อค้าแม่ค้าทั้งถนนคนเดิน เมื่อต้องการจัดระเบียบบ้านเมืองจริงๆ ก็ต้องใช้ยาแรง เข้าใจดีถึงการสูญเสีบรายได้ไม่มีที่ทำกิน แต่กลุ่มนี้ก็คือกลุ่มที่ค้าขายที่ไนท์บาซาร์และถนนคนเดินซึ่งมีอยู่หลายที่นั่นเอง บางรายมีพื้นที่ในถนนคนเดินวันอาทิตย์มากกว่า 10 แห่ง อยากเห็นมาตรฐานเดียวกันว่าไม่ควรมีใครละเมิดกฎหมายด้วยการใช้พื้นที่สาธารณะแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว เราต้องไม่ลืมว่าพื้นที่ลานประตูท่าแพเป็นของส่วนรวม เป็นของคนเชียงใหม่และคนทั้งประเทศ

“ทำไมจึงต้องอนุญาตให้ใช้ลานประตูท่าแพเพื่อคนเพียง 764 คนเท่านั้น น่าจะยอมเสียสละพื้นที่ ร่วมมือกันจัดระเบียบสังคมดีกว่า ทำให้เมืองเชียงใหม่เป็นเหมือนเมืองในอารยประเทศของโลกได้มั้ย เมืองที่เขาเปิดพื้นที่สาธารณะให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้หายใจ ไม่มีความจอแจแออัด เป็นเมืองที่มีความสวยงามเลื่องลืออย่างที่เราไปเห็นกันมาเวลาไปดูงาน การดึงธนารักษ์พื้นที่เข้ามาจัดระเบียบเพื่อคนเพียง 764 คนที่ลุกขึ้นมาต่อรองเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญประกาศให้ยึดหลักความเท่าเทียม การใช้พื้นที่บนลานประตูท่าแพเป็นเรื่องไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น แต่ไม่มีคนกล้าที่จะพูดความจริงกันว่ามีเบื้องหลังอย่างไร เป็นห่วงว่าอีกหน่อยก็จะร้องขอใช้พื้นที่สาธารณะทุกแห่งของเชียงใหม่และประเทศ โดยอ้างคำว่าไม่มีที่ทำกินกันแค่นั้น” เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกล่าว

201605201613231-20021028190355
ขณะที่ในเพจ Raks Mae Ping หรือรักษ์แม่ปิง ที่เคยเป็นแกนนำเคลื่อนไหวรณรงค์เรียกร้องและทวงคืนลานประตูท่าแพเป็นผลสำเร็จนั้น ยังคงมีการเขียนนำเสนอที่จังหวัดเชียงใหม่มีมติให้พ่อค้าแม่ค้ากลับมาตั้งร้านค้าขายบนลานประตูท่าแพได้ใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีประชาชนจากทุกภาคส่วนเข้ามาเขียนและตอบกระทู้อย่างเนืองแน่น อาทิ Jk Onemillion “รัฐพาณิชย์” ไม่ควรทำลายข่วงประตูท่าแพซึ่งเป็นโบราณสถาน สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยเอามาทำเป็นตลาดขายสินค้า ผิดทั้งกฎหมายและทำลายจิตใจประชาชน คนเชียงใหม่คงไม่ยอม และจะมีเสียงคัดค้านจนถึงที่สุด!!! ใช้อำนาจใด? ถ้าจะพูดว่าหาเงินเข้ารัฐ คนที่คิดจะนำข่วงประตูท่าแพมาเป็นตลาดขายของ ขอถามว่าท่านมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือเปล่า?

Sakchai Dettrairat ระเบียบกรมศิลปากรก็บอกแล้วว่าขายไม่ได้ เทศบาลก็ยังจะดันทุรัง ผู้มีอำนาจก็ไม่ยึดหลักการ รายได้ที่จะเข้ารัฐมันจะมากมายเท่าไร เทียบกับประโยชน์สาธารณะของคนส่วนใหญ่ หรือผู้ใช้ชื่อ Jim Chiang Mai ขายที่ไหนก็ได้ อย่ามาขายบนลานท่าแพ..จุดศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมเชียงใหม่ อัตลักษณ์ที่ดีงามอย่าแปดเปื้อน สิ่งโสโครกแฝงผลประโยชน์ในที่สาธารณชน ต้องให้เกียรติแผ่นดินเมืองนี้