ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21พ.ค.59 นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่8 เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนหลักทั้ง 5 แห่ง ในพื้นที่จังหัดนครราชสีมา ที่ปริมาณน้ำต้นทุนลดต่ำอย่างต่อเนื่อง ว่า ล่าสุดมีปริมาณน้ำเหลือใช้การอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว มีปริมาณเหลือใช้การ 51.016 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 16.22 เปอร์เซ็นต์ จากความจุกักเก็บ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร , เขื่อนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย มีปริมาณน้ำเหลือใช้การ 22.857 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 21.12 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 109 ล้านลูกบาศก์เมตร , เขื่อนมูลบน อำเภอครบุรี มีปริมาณน้ำเหลือใช้การ 25.940 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 19.36 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 141 ล้านลูกบาศก์เมตร , เขื่อนลำแชะ อำเภอครบุรี มีปริมาณน้ำเหลือใช้การ 44.102 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 16.48 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 275 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนลำปลายมาศ อำเภอเสิงสาง มีปริมาณน้ำเหลือใช้การ 34.945 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 39.40 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 96 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 233 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น21เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณฝนตกสะสม 144 มิลิเมตร คิดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเทียบกับวันเดียวกันของปีที่ ผ่านมา (21พ.ค.58) มีปริมาณน้ำใช้การที่น้อยกว่าถึง 116.57 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำกักเก็บทั้งสิ้น 1,167.75 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ถือได้ว่าเป็นปริมาณน้ำที่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้
แต่ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนที่ทำให้ในหลายพื้นที่นั้นมีปริมาณ ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง นั้นก็ยังไม่ผลดีต่อปริมาณน้ำในทุกๆเขื่อน เนื่องจากส่วนใหญ่จะตกลงมาในพื้นที่ท้ายเขื่อนทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณโดยมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ยอยู่ที่ปริมาณ 1-2 หมื่นลูกบาศก์เมตร
แต่อย่างไรก็ตามในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ทางชลประทานที่8 จะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแนบริหารจัดการน้ำโดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุม นายชิตชนกฯกล่าว

