จากกรณีมีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก “นันทมนลักษณ์ วรธราธรณ์” โพสต์ข้อความภายหลังนำครอบครัวเดินทางไปพักผ่อนที่ชายหาดหัวหิน บริเวณด้านหน้าโรงแรมเซนทารา แกรนด์ ในเขตเทศบาลเมืองหิวหิน โดยแจ้งว่าถูกผู้ประกอบการร้านค้าชายหาด 1 ใน 22 ราย ให้บริการมีลักษณะคล้ายข่มขู่ หลอกหลวง และ เอาเปรียบผู้บริโภค จากกรณีการสั่งอาหารเพียงชุดเดียว 4 อย่าง แต่เจ้าของร้านนำมาเสริ์ฟ 2 ชุด เนื่องจากอ้างว่านักท่องเที่ยวนั่งเตียงผ้าใบจำนวน 8 คน
เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายประสพชัย พูลเกิด พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่เทศบาลหัวหินพบว่าเป็นร้านที่ 2 ชื่อ ร้านป้าแก้ว ซีฟู้ด ด้านข้างทางลงชายหาด มีนางอารีย์ นุ่มเจริญ เป็นเจ้าของร้าน มีการแสดงราคาอาหารและเครื่องดื่มตามเมนู แต่ไม่ตรงกับราคาที่จำหน่าย พบว่าราคาน้ำแข็งที่จำหน่ายถังละ 10 บาท
แต่ทางร้านแสดงราคาในเมนูถังละ 20 บาทและบางเมนูถังละ 30 บาท เจ้าหน้าที่จึงทำการเปรียบเทียบปรับทันที 1,000 บาท เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการฉบับที่ 50 พ.ศ.2562 มีความผิดตามาตรา 28 และมีโทษตามมาตรา 50 พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยนางอารีย์ ให้การยอมรับและยินยอมจ่ายค่าปรับ และการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการฝ่าฝืนตามบันทึกข้อตกลงที่ผู้ประกอบการลงนามกับเทศบาลหัวหิน ซึ่งทราบว่าจะมีการลงโทษภาคทัณฑ์เพราะเป็นความผิดครั้งแรก” นายประสพชัย กล่าว
นายประสพชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการกรณีมีการบังคับให้นั่งเตียงผ้าใบตามข้อมูลที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานเพื่อเชิญผู้โพสต์ มาสอบถามรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงกับเจ้าของร้านที่ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน แต่ปัญหาดังกล่าวถือว่าเป็นช่องว่างหรือข้อยกเว้น ที่ไม่ได้ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงระหว่างร้านค้ากับเทศบาล ทำให้ผู้ประกอบการบางรายนำการนั่งเตียงผ้าใบฟรีแต่มีเงื่อนไข ไปเป็นข้อต่อรองกับลูกค้าเพื่อสั่งอาหารและเครื่องดื่มตามจำนวนลูกค้า และขอเรียนว่าการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานราชการหลายครั้งที่ผ่านมา ยังไม่สามารถทำให้การเอาเปรียบผู้บริโภคหมดไป ดังนั้นประชาคมชาวหัวหิน ควรให้ความสนใจร่วมกันใช้มาตรการทางสังคม เพื่อลงโทษผู้ที่ประกอบกิจการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเสียหายไปมากกว่านี้

