วันที่ 2 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 6 บ้านฮ่องขาด ต.จาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นางอ่อนจันทร์ สระ อายุ 70 ปี และนายสมศรี สระ อายุ 69 ปี เจ้าของบ้าน ได้ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีที่ นายสันติกูล สระ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัว เสียชีวิตที่กระท่อมกลางนา ห่างจากหมู่บ้าน ประมาณ 200 เมตร โดยสภาพศพนอนหงาย มือขวาวางบนหน้าผาก ขาข้างขวาชันเข่าขึ้น บริเวณด้านขวามือใกล้กันมีมีดปลอกผลไม้ตกอยู่ และมีร่องรอยเป็นแผลที่บริเวณสะดือและใต้สะดือ มีเลือดแห้งเกรอะกรังอยู่บนที่นอน ซึ่งนางอ่อนจันทร์และนายสมศรีไม่เชื่อว่าลูกชายของตนจะแทงตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย
โดยพนักงานสอบสวน สภ.หนองไฮ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้นำศพผู้เสียชีวิตไปตรวจพิสูจน์ที่ รพ.ศรีสะเกษ และเตรียมส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้มีการจัดเตรียมสถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล มีญาติพี่น้องพากันมาช่วยกันจัดเตรียมงานศพบริเวณถนนหน้าบ้าน
นางอ่อนจันทร์ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากญาติว่า นายสันติกูล ลูกชายคนเล็กเสียชีวิตที่กระท่อมกลางทุ่งนา จึงได้ให้ลูกหลานรีบพาไปยังที่เกิดเหตุจนพบศพ ลูกชายมีอาการทางจิต เคยรักษาตัว ก่อนเกิดเหตุตนทราบว่าลูกชายของตนนั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อน 2 คนภายในหมู่บ้าน จากนั้นนายสันติกูลได้แยกจากเพื่อนเพื่อที่จะกลับไปที่กระท่อมกลางนา ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ และทราบว่าเพื่อน 2 คนที่นั่งดื่มเหล้าด้วยกันได้ตามลูกชายของตนมาดื่มเหล้าที่กระท่อมกลางนาด้วย พอรุ่งเช้าของวันที่ 31 มีนาคม จึงพบว่าลูกชายของตนเสียชีวิตและมีบาดแผล จำนวน 2 แผลที่บริเวณหน้าท้อง
“ไม่เชื่อว่าลูกชายของตนจะฆ่าตัวตาย ทั้งนี้เนื่องจากว่าหากจะฆ่าตัวตาย นายสันติกูลจะเอาแรงที่ไหนมาแทงตัวเองถึง 2 แผล แต่ว่าตนไม่อยากปรักปรำใครว่ามีส่วนร่วมในการทำร้ายร่างกายลูกชายของตนจนทำให้เสียชีวิต จะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ของแพทย์ และการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.หนองไฮ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เสียก่อน ตนเชื่อว่ากระบวนการตรวจพิสูจน์และการสอบสวนของตำรวจจะทำให้รู้ว่าลูกชายของตนเสียชีวิตเพราะเหตุใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ตนเสียใจมาก เพราะว่านายสันติกูลเป็นลูกชายคนเล็กที่ตนรักมาก ส่วนการที่นายสันติกูลถือมีดติดตัวตลอดเวลานั้น เนื่องจากมีอาการจิตหลอน หวั่นเกรงว่าจะมีคนมาฆ่าอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าไม่ได้ใช้มีดในการทำร้ายใครแต่อย่างใด”นางอ่อนจันทร์กล่าว
นายสมศรี สระ อายุ 69 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ไม่สามารถเดินเหินได้สะดวก จะได้นายสันติกูลมาช่วยในการทำงานต่าง ๆ การที่ลูกชายเสียชีวิต ตนเสียใจมาก แต่ก็ไม่อยากปรักปรำกล่าวหาใคร เพราะไม่รู้ว่าลูกชายของตนไปมีเรื่องราวกับใครมาบ้าง แต่โดยปกติแล้วนายสันติกูลจะชอบดื่มเหล้า เมื่อเมาแล้วก็จะกลับไปนอน ไม่เคยมีปัญหาเรื่องราวกับใครทั้งสิ้น
นางจันทร์หอม รินเพ็ง อายุ 40 ปี พี่สาวของผู้ตาย และเป็นผู้พบศพคนแรก กล่าวว่า คืนวันที่ 30 มีนาคม ตนได้ยินเสียงนายสันติกูลร้องโหยหวนเสียงดัง ซึ่งปกติแล้วนายสันติกูลจะร้องตะโกนโวยวายอย่างนี้อยู่แล้ว เนื่องจากว่ามีอาการทางโรคจิต และพอช่วงเช้าของวันที่ 31 มีนาคม ตนเดินไปยังที่เกิดเหตุและได้ใช้ไม้ไปแหย่นายสันติกูลเพื่อที่จะปลุกให้ตื่นมากินข้าว ปกติแล้วตนก็จะใช้ไม้แหย่หยอกกันอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่า นายสันติกูลนอนนิ่งและไม่ขยับตัว จึงได้เรียกให้ญาติพี่น้องพากันมาตรวจสอบดู พบว่านายสันติกูลเสียชีวิตแล้ว

