เมื่อวันที่ 3 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเกิดฝุ่นละอองหนาแน่นในภาคเหนือติดต่อกันมานานหลายวันจนทำให้อากาศขมุกขมัวและค่าฝุ่นละอองในอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพนั้น ล่าสุดพบว่าหลังจากมีเมฆในช่วงบ่ายได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็นฝนแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ต้นฤดูหนาวเป็นต้นมารวมทั้งยังมีลมพัดแรงอีกด้วย ซึ่งฝนและลมดังกล่าวได้ช่วยชะล้างฝุ่นละอองในพื้นที่หลายตำบลของ อ.แม่สาย และฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา รวมทั้งลมยังได้พัดไปทาง อ.แม่จน อ.เชียงแสน ฯลฯ และฝนตกโปรยในอำเภอใกล้เคียงอีกเล็กน้อยซึ่งส่งผลทำให้อากาศสดใสขึ้นโดยทันที อย่างไรก็ตาม ฝนและลมได้เกิดขึ้นได้นานประมาณ 30 นาทีก็หยุดตกเป็นปกติ

โดยนางวิไลพร ดวงเพ็ชร ชาวอำเภอแม่สายกล่าวว่ารู้สึกดีใจมากที่ฝนตกลงมาชำระล้างหมอกควันไฟที่ปกคลุมแม่สายนานนับเดือน ตาจะได้ไม่แสบ คอจะได้ไม่แสบ เพราะควันได้หายไปตื่นมาตอนเช้าท้องฟ้าจะได้สว่างเหมือนเช่นเคย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ยังคงเข้มงวดป้องกันการเผาและนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ก็เพิ่มมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยที่บริเวณถนนบายพาส ใกล้กับแยกสนามกีฬา เขตเทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย นายอนุวัฒน์ วงศ์จำรัส ผู้ตรวจราชการกรมการขนส่งทางบก รักษาราชการแทนขนส่ง จ.ชียงราย พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุขวัฒนพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย นำเจ้าหน้าที่สนธิกำลังตั้งจุดตรวจวัดควันดำเไม่ให้กินมาตราฐาน

ส่วนชุดดับไฟป่าและป้องปรามตามจุดต่างๆ ทั่วจังหวัดก็ยังคงออกดับไฟป่าและพักค้างแรมในป่าอย่างต่อเนื่องต่อไป หลังจากทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้จัดกำลังร่วม 4 ฝ่าย พลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสา โดยจัดกำลังตั้งเป็นชุดปฏิบัติการให้เป็นจิตอาสาจำนวน 36 ชุด ชุดละ 12 นาย พร้อมกระจายออกไปช่วยชุดดับเพลิงและป้องปรามทั้ง 18 อำเภอตลอด 24 ชั่วโมงด้วย


