หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา สระบุรีซ้อมพิ...

สระบุรีซ้อมพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ พร้อมอัญเชิญสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์

4.04.19 | 17:06 น.

เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ จ.สระบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) และนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนประกอบพิธีซ้อมเสมือนจริงพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จ.สระบุรี เพื่อประกอบพิธีทำน้ำมุรธาภิเษกและน้ำอภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ แม่น้ำป่าสัก บ้านท่าราบ ต.ต้นตาล อ. เสาไห้ จ.สระบุรี จากนั้นอัญเชิญขบวนนำน้ำอภิเษกนี้แห่ขบวนอันงดงามไปยังวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เพื่อเตรียมจัดทำพิธีมหาพุทธาภิเษกเจริญพระพุทธมนต์เสกน้ำอภิเษกในลำดับต่อไป และครั้งนี้มีกลุ่มหญิงสาวไทยเชื้อสายญวนในพื้นที่ 266 คนเข้าร่วมพิธีชักลากรถบุษบกอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.สระบุรี ได้จัดเตรียมพื้นที่ในการตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ โยนกอุทยานท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ หมู่ 6 บ้านท่าราบ ต.ต้นตาล อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เรื่องราวของท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์มีมาแต่อดีตตั้งแต่เมื่อครั้งต้นราชวงศ์จักรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จฯ หัวเมืองปริมณฑล จ.สระบุรี พระองค์ทรงเรือพระที่นั่งมาติดสันดอนกลางหาดแม่น้ำป่าสัก ณ บ้านท่าหินลาด ต.ท่าราบ ครั้นเมื่อการเป็นเช่นนั้นจึงได้เกณฑ์ไพร่พล บริเวณริมข้างลำน้ำ เพื่อที่จะชักลากเรือให้พ้นเขตสันดอน แต่ว่าตามกฎมณเฑียรบาลนั้น ตราห้ามไว้มิให้ราษฎรชายลงไปช่วย เพื่อป้องกันการวางแผนประทุษร้ายเจ้านายชั้นสูง แต่เพื่อมิให้เรือพระที่นั่งติดสันดอนอยู่เช่นนั้น หญิงชาวบ้านชาวไท-ยวนที่เห็นเหตุการณ์กลุ่มหนึ่ง ได้ตัดสินใจดึงผ้าแถบที่พันรอบอกเพื่อปกปิดท่อนบนของแต่ละคน แล้วนำมาผูกต่อๆ กันจนยาวพอจะใช้ชักลากเรือพระที่นั่งให้พ้นสันดอนได้สำเร็จ เรือได้ชักลากโดยกรมวังเกณฑ์หญิงสาวชาวพายัพ หรือในปัจจุบันคือกลุ่มชาวไทยญวน ได้ชักลากเรือ 217 นาง เพื่อให้พ้นสันดอนจนมาถึงบ้านท่าราบหมู่ 6 ระยะทาง 1 กิโลเมตรเศษ


พระองค์ทรงให้หยุดพัก และทรงเสด็จฯ ยังหาดทรายสีขาว แล้วเสด็จฯ เลียบหาดทราย และสรงน้ำจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงได้พระราชทานเงินรางวัลแด่ผู้ที่ชักลากเรือในคราวนั้น เป็นเหตุให้ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์สระบุรี ได้เป็นท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเบญจสุทธิคงคา เพื่อที่จะนำน้ำเข้าพิธีบรมราชาภิเษกในลำดับรัชกาลถัดไป

โดยน้ำท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ได้เป็นน้ำมหามุรธาภิเษก คือน้ำรดพระเศียรพระเจ้าแผ่นดิน มีเพียง 9 แหล่งน้ำ คือ 4 สระน้ำจาก จ.สุพรรณบุรี น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำบางปะกง น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำเพชรบุรี น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำราชบุรี และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำป่าสัก ณ บ้านท่าราบ นับเป็นที่น่าภาคภูมิใจของพสกนิกรชาวสระบุรีเป็นอย่างยิ่ง

Advertisement

จากนั้นจะอัญเชิญคนโทน้ำอภิเษกขึ้นบุษบกไปยังวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท อันเป็นสถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท เพื่อประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในวันที่ 8 เมษายน และประกอบพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก ในวันที่ 9 เมษายน ทั้งนี้ การประกอบพิธีต่างๆ จะดำเนินการในวันเวลา และฤกษ์ ที่สำนักพระราชวังกำหนด และจะปฏิบัติเช่นเดียวกันทุกจังหวัดที่มีการประกอบพิธี เพื่อให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี และสมพระเกียรติ