จัดพิธีพลีกรรม“แม่น้ำตรัง”แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร.10

“พิธีพลีกรรมตักน้ำ” เป็นพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เพื่อขออนุญาตเทวดาที่ปกปักรักษาแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ตักน้ำมาทำน้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษก ตามความเชื่อว่า สิ่งต่างๆ บนโลกล้วนมีเทวดาปกป้องรักษา การจะทำสิ่งใดๆ จำเป็นต้องขออนุญาตเทวดาที่ดูแลรักษาสิ่งนั้นๆ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการจัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ว่า เดือนเมษายน 2562 พี่น้องชาวจังหวัดตรังคงดีใจและปราบปลื้มใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเดือนที่พี่น้องประชาชนทั้งจังหวัดตรังจะได้มีส่วนร่วมในพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทุกจังหวัดทั่วประเทศโดยแต่ละจังหวัดจะทำพิธีตักน้ำพลีกรรม เพื่อนำมาประกอบพิธีพุทธาภิเษก

“ส่วนสำคัญที่ถือว่าเป็นโบราณราชประเพณีที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนภาคภูมิใจความเป็นชาติไทยของเราที่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่มากมาย โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีมานาน จะมีพิธีสถาปนาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะต้องมีพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งต่างๆ ในพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระราชพิธีสำหรับพระองค์ท่าน ที่จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นองค์พระมหากษัตริย์เพื่อดำรงเป็นพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์ เมื่อสถาปนาแล้วจะขึ้นเป็น “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ในประวัติศาสตร์ตามหลักฐานที่ปรากฎของประเทศไทย ตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์ ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาแล้ว 11 ครั้ง”

นายลือชัย กล่าวอีกว่า สำหรับพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเป็นการประกอบพระราชพิธีครั้งที่ 12 ถือว่าเป็นประวัติของชาติไทย จังหวัดตรังมีส่วนโดยเฉพาะพิธีตักน้ำพลีกรรม หมายถึงพสกนิกรของพระองค์ท่านได้มีส่วนร่วมตักน้ำอภิเษก จังหวัดตรังกำหนดจุดตักน้ำแหล่งศักดิ์สิทธิ์แห่งเดียว โดยจังหวัดตรังคือ “แม่น้ำตรัง”ที่วัดประสิทธิชัย หรือวัดท่าจีน ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเรียกว่าพิธีตักน้ำพลีกรรม เป็นพิธีศาสนาพราหมณ์ ฮินดูตามความเชื่อที่บอกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกล้วนมีเทวดาปกป้องดูแลรักษา เพราะฉะนั้นเวลาตักน้ำจึงต้องขออนุญาตเทวดาที่ดูแลรักษา

“การตักน้ำพลีกรรมในพิธีบรมชมราชาภิเษก จะพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 6 เมษายน 2562 เวลา 10.00น. ทุกฝ่ายพร้อมกันที่วัดประสิทธิชัย หรือวัดท่าจีน เพื่อทำพิธีตักน้ำพลีกรรม เวลาเริ่มจริงๆ 11.52 -12.28 น. ใช้เวลาตักน้ำระยะเวา 45นาทีปริมาณน้ำ ประมาณ 6 ลิตร หลังจากที่ตักแล้ว จะแห่ไปยังวัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จังหวัดตรัง เพื่อทำพิธีพุทธาพิเษก ผมนำเรียนว่าอยากให้พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดตรังภาคภูมิใจว่า ได้ตักน้ำร่วมกันในพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์” นายลือชัย กล่าว

สำหรับแม่น้ำตรัง เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดตรัง ความยาวสายน้ำ 123 กิโลเมตร ต้นน้ำแม่น้ำตรัง ซึ่งเรียกว่าแม่น้ำหลวงอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลสู่เข้าเขตจังหวัดตรังเป็นแม่น้ำตรัง และไหลผ่านพื้นที่แต่ละหมู่บ้าน ชุมชน จนไปสุดที่อำเภอกันตัง ลงสู่ทะเลตรังฝั่งอันดาทัน

จากข้อมูลเดิมย้อนไปในอดีตที่ผ่านมาสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่9 ในปี พ.ศ. 2554 จังหวัดตรังมีพิธีตักน้ำศักดิ์จากแม่น้ำตรังที่เดียวกัน ซึ่งขณะนั้นตักเนื่องในโอกาสที่ มหามลคล 7รอบ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 พระบาทสมเด็จพระปริมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จึงเป็นความสำคัญของแม่น้ำตรัง

ในวาระมหามงคลในพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
จังหวัดตรัง คัดเลือกสถานที่เดิมเหมือนในปี พ.ศ. 2554 พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ร่วมพิธีแต่งกายเสื้อโทนสีเหลือง ข้าราชการชุดปกติขาว ภายในสถานที่จะเตรียมเต้นท์ เก้าอี้ และติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อ ให้พ่อแม่พี่น้องได้ทราบถึงขึ้นตอนการตักน้ำ อย่างละเอียด

“ขั้นตอนเริ่มจากพิธีของพราหมณ์อ่านโองการ เพื่อขออนุญาตเทวดา ที่รักษาดูแลน้ำจากนั้นตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดตรังจะอ่านคาถาพลีกรรมซึ่งเป็นภาษาบาลี จากนั้นจะตักน้ำประมาณ6 ลิตรๆประมาณ 14 ครั้ง จะได้น้ำหลังจากนั้นจะแห่ไปยังวัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง กระบวนแห่งจะสวยสง่างามสมพระเกียรติ ผ่านเส้นทางหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง”
ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้อง 2 ข้างทางได้มีโอกาสได้ร่วมเป็นเกียรติที่แห่น้ำด้วยกัน โดยเฉพาะบ้านเรือนต่างๆขอให้ประดับด้วยธงชาติ ธงของพระองค์เพื่อเป็นเกียรติ และวันที่ 8 เมษายน จะมีพิธีพุทธาภิเษกน้ำที่ตักน้ำพลีกรรมมา ที่วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวงจะเริ่มเวลา 15.00น. นิมนต์พระเถรานุเถระ 30รูป เสร็จสิ้นเวลาประมาณ 22 .00 น.และ วันที่ 9 เมษายน 2562 เวลา 09.00น. จะมีพิธีเวียนเทียนน้ำศักดิ์สิทธิ์”นายลือชัยกล่าว

บทความก่อนหน้านี้แห่จอง‘จิมนี่’ 6วัน‘90คัน’ ซูซูกิส่งมอบล็อตแรกก.ค.นี้
บทความถัดไป“นวัตกรรมปันแสงแบ่งข้าวเพื่อชุมชน” งานวิจัยฝีมือคนไทย คิดค้นโซลาร์เซลล์กึ่งใสมาใช้ในนาข้าว