สถานการณ์เชียงใหม่เริ่มคลี่คลาย ฟ้าใสขึ้นแม้จุดความร้อนยังมีอยู่ เดินหน้าทำ ‘ดอยหลวงโมเดล’สร้างความยั่งยืนสกัดหมอกควันไฟป่า
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 8 เมษายน ที่อาคาร SMEs ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าว่า ภาพรวมสภาพอากาศดีขึ้น โดยค่า PM2.5 ลดลง ท้องฟ้าโล่งและโปร่งขึ้น แม้ว่าจะมีบางจุดที่ยังต้องเฝ้าระวังเพราะยังมีผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากช่วงเช้ายังหนาวเย็นทำให้มีอากาศกดลงมา ก่อนที่ตอนเที่ยงจะลอยตัว ซึ่งเราเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอดเพราะฝนยังไม่ตก ในขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงรายงานว่า ความชื้นลดลง การขึ้นปฏิบัติการจึงทำได้เพียงทำให้เมฆก่อตัว เราก็ต้องทำงานกันต่อเนื่องและเต็มที่ต่อไป เพื่อลดการเผาป่าให้ได้ ลดฝุ่นละอองให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้
เมื่อถามว่า อีก 1 วันจะครบ 7 วัน ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว นายศุภชัยกล่าวว่า จากวันที่นายกรัฐมนตรีมาจุดความร้อน 478 จุด ปัจจุบันลดลงเรื่อยๆ วันนี้พบ 46 จุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเข้าถึงยาก ที่ต้องจับตาและน่าห่วงคือ อ.แม่ริม ซึ่งวันนี้พบ 5 จุด เป็นลักษณะกลุ่มก้อนเดียวกัน แม้จะผ่านพ้น 7 วันไปแล้ว วันนี้ถือว่ายังไม่พอใจ ก็จะทำงานอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นต่อไปอีก 15 วัน เป็นอย่างน้อยเพื่อรักษาพื้นที่ให้ได้ โดยจะต้องทำให้ความเข้มข้นของอากาศลดลงเป็นสีเขียวให้ได้ กำลังจะทุ่มเทเต็มที่เพราะความแล้งมีจำนวนมากและยังไม่มีฝน เราจะพยายามคืนอากาศที่ดีกลับคืนให้ชาวเชียงใหม่ให้เร็วที่สุด

นายศุภชัยกล่าวว่า เช้านี้เราเรียกประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการป่าเปียก แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมอาคาร SMEs ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว โดยให้แต่ละอำเภอเสนอพื้นที่ดำเนินการเพื่อสร้างสมดุลไม่ให้เกิดไฟป่าได้อีก

ทั้งนี้ สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองในจังหวัดเชียงใหม่ ณ วันที่ 8 เมษายน 2562 ณ เวลา 09.00 น. พบค่าฝุ่นละอองจากสถานีตรวจวัดทางอากาศของกรมควบคุมมลพิษทั้ง 4 สถานี ช้างเผือก สุเทพ ศรีภูมิ และช่างเคี่ยน ค่าคุณภาพอากาศลดลงจากวันก่อนหน้ามาก คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง-เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ค่า AQI เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 92-162 มคก./ลบ.ม. ค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 48-75 มคก./ลบ.ม. และค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 79-159 มคก./ลบ.ม. โดยสรุปค่าคุณภาพอากาศเริ่มดีขึ้น
ในขณะที่ พล.ต.บัญชา ดุริยะพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 สั่งการผ่านศูนย์ควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือกองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ว่า สำหรับพื้นที่เชียงใหม่ ในภาพรวมได้งานและบทเรียนหลายๆ อย่าง ในการวางแผนใช้คน วางแผนใช้ยุทโธปกรณ์ และการควบคุมพื้นที่ หลังจากนี้ถ้าฝนตกคงหยุดไม่ได้ที่ต้องทำต่อไป เพราะมีหลายหน่วยงานที่ลงมาทำงานแก้ปัญหานี้ โดยยังต้องเป็น Single Command รวมคน รวมยุทโธปกรณ์ รวมงบประมาณ โดยวางแผนร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จัดทำโมเดลต้นแบบให้สมบูรณ์ในเรื่องการแบ่งพื้นที่ แบ่งเจ้าภาพ แบ่งเครื่องไม้เครื่องมือและงบประมาณ แต่ใช้การทำงานโดยระบบไร้กระดาษ ดัดแปลงกลุ่ม Line ทำงานบน Cloud ประสานสอดคล้องให้เห็นภาพ และ action plan สั่งการที่ได้ผลและเห็นว่าวอร์รูมแบบเทคโนโลยีจะแก้ไขวิกฤตต่างๆ ได้ดีและรวดเร็ว งานสื่อสารเผยแพร่การรับรู้ก็จะทำได้รวดเร็วด้วย
“ผมเรียนเสนอท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้จัดประชุมเพื่อทำโมเดลระบบป่าเปียกและแนวกันไฟ ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการโดยใช้ ‘ดอยหลวง’ อ.เชียงดาว เป็นโมเดล ซึ่งจะทำอย่างจริงจังและให้ถูกต้องมีมาตรฐาน และให้ทุกภาคส่วนช่วยคิดและออกแบบ think tank ช่วยทำระบบป่าเปียกที่ดอยหลวง เพื่อให้ดอยหลวงเป็นป่าชุ่มชื้นไม่แห้ง ไม่ติดไฟง่าย ไม่เป็นที่เกิดควันพิษในปีหน้าและปีต่อๆ ไป หวังว่าเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุกคนที่ยังมีไฟ มีแรง มีทุน จะร่วมมือกันทำดอยหลวงโมเดล ให้เกิดความชุ่มชื้น ปลอดไฟบนดอยและปลอดไฟในใจคน แบบที่เรียกว่าทำดีให้คนดู” พล.ต.บัญชากล่าว
ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมหมอกควันและไฟป่า 9 จังหวัดเหนือ รายงานการตรวจพบจุดความร้อน Hotspot จำนวน 305 จุด ณ วันที่ 8 เมษายน 2562 เวลา 01.23 น. ว่าจากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS ซึ่งได้แจ้งให้ทราบเมื่อเวลา 07.30 น. ทางเว็บไซต์ Gistda พบจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 94 จุด เชียงราย จำนวน 52 จุด ลำปาง จำนวน 49 จุด เชียงใหม่ จำนวน 46 จุด ตาก จำนวน 21 จุด น่าน จำนวน 18 จุด พะเยา จำนวน 16 จุด แพร่ จำนวน 8 จุด และลำพูน จำนวน 1 จุด
ส่วน พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวว่า อีก 1 วันจะครบ 7 วัน หลังการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่าภาคเหนือของนายกรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการปรับแผนการทำงานเข้มข้นขึ้น โดยเน้นการเฝ้าระวังการเกิดจุดความร้อน ใช้การลาดตระเวน ทำแนวกันไฟ และดับไฟป่าให้เร็วที่สุด ส่งผลให้จุดฮอตสปอตใน 9 จังหวัดภาคเหนือลดลงอย่างต่อเนื่อง วันนี้จึงสั่งการให้เฮลิคอปเตอร์ MI17 เข้าดับไฟป่าพื้นที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง หลังจากเมื่อวานเกิดไฟไหม้ลุกลามเข้าเขต อ.วังชิ้น จ.แพร่ เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ส่วนเฮลิคอปเตอร์ MI17 ที่จังหวัดเชียงราย ยังคงให้การสนับสนุนการดับไฟอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ จ.แม่ฮ่องสอน ใช้เฮลิคอปเตอร์ ฮท.212 กองกำลังผาเมือง บินลาดตระเวน อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย โดยเฉพาะพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัด นอกจากนี้ ได้สั่งการหน่วยทหารให้ความสำคัญกับการทำแนวกันไฟเพิ่มเติม เนื่องจากยังคงมีปริมาณเชื้อเพลิงอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับอุณหภูมิสูงขึ้นและปริมาณฝนในพื้นที่น้อยลง อาจเกิดไฟป่าในพื้นที่ได้

