หน้าแรก ภูมิภาค สมาพันธ์ฯปอเน...

สมาพันธ์ฯปอเนาะแถลงโต้ทุจริตงบหนุนโรงเรียน จี้แม่ทัพภาค 4 ย้าย “พล.ต.จตุพร กลัมพสุต”พ้นพื้นที่

8.04.19 | 17:01 น.

สมาคมสมาพันธ์สมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ออกแถลงการณ์โต้ข่าวใส่ร้ายโรงเรียนเอกชนภาคใต้ “ร้อง”แม่ทัพภาค 4 ย้าย พล.ต.จตุพร กลัมพสุต”พ้นชายแดนใต้ “ขู่”ฟ้องศาลปกครอง

เมื่อเวลา 13.00น.วันที่ 8 เมษายน 2562 ที่ทำการสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ อ.จะนะ จ.สงขลา นายขดตะรี บินเซ็น ประธานสมาพันธ์มโรงเรียนเอกชนภาคใต้ และกรรมการ ประมาณ 50 คน ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ตอบโต้กรณีสื่อมวลชนบางรายเสนอข่าวว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุจริตเงินอุดหนุนที่รัฐสนับสนุนปีละหลายพันล้านบาท และเม็ดเงินถูกใช้ไปในทางที่ผิด บางส่วนถูกใช้สนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เป็นสถานที่บ่มเพาะแนวคิดแบ่งแยกดินแดน เป็นสถานที่คัดเลือกบุคคลเข้าร่วมขบวนการ เป็นสถานที่ฝึกร่างกาย ก่อนส่งไปฝึกกับ RKK และเป็นสถานที่รวบรวมเงินบริจาคสมาชิกขบวนการในพื้นที่ ที่ร้ายแรงที่สุด คือระบุว่า จัดการศึกษาไม่ได้คุณภาพ

นายขดตะรี กล่าวว่า กรณีข่าว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอ้างว่าตรวจพบหลักฐานการทุจริต เงินค่าตอบแทนครูสอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ทุจริตเงินบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และ ทุจริตเงินช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นเงินอุดหนุนบุคลากรตามระเบียบกระทรวงศึกษาทำให้รัฐได้รับความเสียหาย ทำให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา 400 กว่าแห่งอยู่กันอยางหวาดผวา ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจของบุคลากรและอาจกระทบต่อคุณภาพการศึกษาด้วย จึงขอให้ย้าย พล.ต.จัตุพร กลัมพสุต รองแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพราะทำให้เกิดความสับสนและวุ่นวาย ทั้งหมดจะเข้าพบแม่ทัพภาค 4 เพื่อให้แม่ทัพภาค 4 ได้พิจารณาและดำเนินการ

นายมังโสด หมะเต๊ะ กรรมการสมาพันธ์ฯ กล่าวว่า ขอให้สื่อมวลชนมีจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าว นำเสนอข่าวรอบด้านเพราะเป็นมิติความมั่นคง และกระทบต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ สมาพันธ์จะฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งและอาญากับสื่อและบุคคลที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ขอให้หน่วยงานรับผิดชอบ ตรวจสอบอย่างเป็นธรรมทุกสังกัด ไม่เฉพาะเจาะจงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ด้วยความไม่โปร่งใสภายใต้กฏหมายไทยและต้องเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฏหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นคำสั่งใดที่ไม่เป็นธรรมให้ยกเลิกและสมาคมสมาพันธ์ฯจะยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อสั่งคุ้มครองชั่วคราว ดำเนินคดีและย้ายผู้บริหารระดับสูงของหน่วยความมั่นคงที่ใช้อำนาจไม่ชอบด้วยกฏหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชนโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม(ซ้ำซาก) เพื่อไม่เป็นปัจจัยเอื้อทำให้ปัญหาไฟใต้ลุกลามต่อไป สมาคมฯยินดีร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ปัญา และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านมิติการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม”

Advertisement

นายมังโสด กล่าวอีกว่า ขอให้พิจารณาใหม่ เรื่องกฎระเบียบของรัฐเกี่ยวกับเงินอุดหนุนรายหัวที่เหมาะสมกับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งแตกต่างจากโรงเรียนสามัญ พร้อมทั้งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเงินเสี่ยงภัยที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของจำนวนบุคลากร เพราะความเป็นจริงในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม มีการเรียนการสอน 2 หลักสูตร คือ สามัญศึกษาและอิสลามศึกษา ซึ่งต้องจ้างบุคลากรทั้งศาสนาและสามัญ จึงทวีคูณ 2 เท่า และ ให้จัดตั้งสภาการศึกษาชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกับการจัดการศึกษาแทนที่ หรือคู่ขนานกับกระทรวงศึกษาธิการส่วนหน้า” นายมังโสดกล่าว