เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ร.ต.อ.วัฒนพงศ์ มูลสาลี รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางระกำ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายติดอยู่ภายในรถ บนถนนเส้นพิษณุโลก-นครสวรรค์ ฝั่งขาเข้าเมือง ใกล้เคียงสะพานวังเป็ด หมู่ 2 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะแบบมีหลังคาแครี่บอย ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์-เงิน สภาพเสียหลักตกลงไปร่องกลางถนนเล็กน้อย ด้านหน้ารถเสียหายพังยับเยิน กระจกแตกละเอียด ล้อหน้าฝั่งซ้ายหลุด เศษอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถแตกหักกระจายเกลื่อนพื้นถนน ตรวจสอบภายในห้องโดยสารพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายธงชัย อินทร์ทอง อายุ 25 ปี คนขับ น.ส.ศิดาพร หมู่วิเศษ อายุ 31 ปี และ น.ส.น้ำฝน ภู่เพชร อายุ 19 ปี ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยทั้งหมดได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย และกระดูกหักหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันงัดซากรถ เพื่อนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดออกมาอย่างเร่งด่วน ก่อนนำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเป็นพนักงานของร้านแว่นตากรุงไทย KT OPTIC ที่เดินทางมาจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปจัดบูธขายสินค้าที่ จ.เลย แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน
นอกจากนี้ที่เกิดเหตุยังพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ สีขาว มีร่องรอยถูกชนที่ด้านท้ายจนยุบจอดแน่นิ่งอยู่ โดยมีนายจำนง ขำอ่ำ อายุ 47 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมให้การว่าตนเองขับรถบรรทุกพ่วงมาตามถนนเส้นดังกล่าว เพื่อขนทรายจาก อ.บางระกำ ไปส่งให้ลูกค้าที่ ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก ระหว่างทางที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นที่ด้านท้ายรถ จึงพยายามจอดรถและลงไปดู ก็พบว่ามีรถยนต์ขับมาชนเข้าที่ท้ายรถอย่างจัง จนรถคันดังกล่าวเสียหลักตกไปอยู่ริมร่องกลางถนนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายติดอยู่ภายในรถไม่สามารถออกมาได้ จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบดังกล่าว
เบื้องต้นสันนิษฐานว่า นายธงชัยขับรถกระบะมาพร้อมกับเพื่อนพนักงานสาวอีก 2 คน เพื่อเดินทางมุ่งหน้าไป จ.เลย อาจเกิดอาการอ่อนเพลียเนื่องจากขับรถทางไกล จึงเกิดวูบหรือหลับใน จนเป็นเหตุทำให้รถยนต์เสียหลักขับไปชนกับท้ายรถบรรทุกพ่วงที่ขับอยู่ข้างหน้าอย่างจังทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสาเหตุอื่นของอุบัติเหตุในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

