สลด!ไหม้บ้านคลอกพ่อเฒ่าวัย65ดับอนาถ ภรรยาสาหัส คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 11 เมษายน พ.ต.ท.อาทร จิตรถิ่น รองสารวัตรเวร(สอบสวน )สภ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญู จุดบ้านสร้าง เกิดเหตุไฟไหม้ ที่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ต.กระทุ่มแพ้ว อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี คาดว่ามีผู้เสียชีวิต จึงได้เดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้ประสานรถน้ำดับเพลิงสนับสนุนในจุดเกิดเหตุ

พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้เปลวเพลิงแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมควันดำทะมึนมองเห็นไกลท่ามกลางความมืดกลางดึกกำลังโหมลุกไหม้บ้านหลังดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีประกอบกับสภาพอากาศแห้งหน้าแล้ง

สภาพเปลวเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง รถน้ำจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบางปลาร้า ( อบต. ) และเทศบาลตำบลโคกปีบ ช่วยกัน เร่งดับไฟ เจ้าหน้าที่กู้ภัย สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บหญิง 1 ราย ทราบชื่อ นางสมรักษ์ แสงสุวรรณ อายุ 57 ปี มีอาการสำลักควัน มีแผลไฟไหม้ที่แขนข้างขวาขนาดใหญ่ และตามร่างกาย อยู่ในอาการซึม นำตัวส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉินโรงพยาบาลบ้านสร้างเพื่อให้แพทย์ช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ก็พบว่าไฟได้เผาจนมอดหมดเกลี้ยงทั้งหลัง หลังจากที่ไฟได้ดับลง เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตในกองเพลิง เป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายสุรัตน์ เที่ยงธรรม อายุ 65 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในกองเพลิง

จากการสอบถามลูกสาวผู้เสียชีวิต ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีผู้ตายซึ่งเป็นพ่อตนเอง อาศัยอยู่กับแม่เพียง 2 คน ในช่วงเกิดเหตุผู้ตายและผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังนอนดูทีวีกันอยู่ กลางบ้าน แต่จู่ๆ ตนก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจึงวิ่งออกมาดู ก็พบว่าไฟกำลังไหม้บ้านพ่อกับแม่ ตนเอง จึงได้รีบวิ่งไปช่วยพบแต่เพียงแม่ที่ได้รับบาดเจ็บ จึงรีบนำตัวออกมา พยายามหาพ่อแต่ก็ไม่พบ

ขณะนั้นไฟได้โหมอย่างรุนแรง ตนจึงได้รีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการไฟได้เผาบ้านวอดทั้งหลัง เบื้องต้นคาดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียดต่อไป

บทความก่อนหน้านี้‘เอเมรี่’ ซึ้งใจ ‘แรมซีย์’ ทุ่มเต็มร้อยช่วยปืนเปิดบ้านเชือดนาโปลี 2-0 ศึกยูโรป้าลีก
บทความถัดไป‘ศรีสุวรรณ’ ออกแถลงการณ์ จี้บิ๊กตู่ยกเลิกขึ้นราคารถเมล์เมืองกรุงหลังสงกรานต์