แอลซีบี ไบโอแมส หนึ่งในผู้นำด้านการเชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อการส่งออกของไทย ฉลองเปิดโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลแห่งใหม่ ที่สุราษฎร์ธานี เป็นโครงการเกิดจากความร่วมมือของฝ่ายไทยบริษัทแอลซีบีไบโอแมสจำกัดและฝ่ายญี่ปุ่น บริษัทไฮยาชิโรคู เป็นบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองร้อยปี โดยบิ๊กบริษัทไฮยาชิโรคุ ได้มาร่วมงานแสดงความยินดีด้วยตัวเอง
นายบรรเจิด สาริพัฒน์ นายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธี พร้อม นายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 และตัวแทนข้าราชการในพื้นที่ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมี ร.ท. นภสูร ชยันตรดิลก,นาย คัตสึอากิ สุเอฮิโระ กรรมการบริหาร ,นาย เกียรติศักดิ์ ซันเฮม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายคริสเตียน โบฮ์เรน ประธานกรรมการบริษัทแอลซีบีไบโอแมสจำกัด ให้การต้อนรับ เมื่อเร็วๆนี้
โดยโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล แอลซีบีไบโอแมส แห่งนี้ มีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 120 ล้านบาท เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยล่าสุด โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลระดับพรีเมียม สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลทั้งในและต่างประเทศได้ถึง 1 แสนตัน/ปี ภายในปี 2562 เพื่อรองรับตลาดทั้งภายในประเทศและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค
ไทยเป็นผู้ส่งออกยางพาราอันดับต้นๆของโลก พื้นที่ปลูกยางพาราในประเทศไทยรวมทั้งสิ้นกว่า 20 ล้านไร่ แนวโน้มพื้นที่ปลูกยางนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปลูกมากที่สุดที่ภาคใต้ รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ภาคใต้เป็นพื้นที่มีการปลูกยางมากที่สุดและมีการปลูกยางมาก่อนพื้นที่อื่นๆในประเทศไทยทำให้มียางที่มีอายุเกิน 25 ปี ซึ่งไม่สามารถให้น้ำยาง รัฐบาลจึงมีมาตรการส่งเสริมการตัดต้นยางที่ให้น้ำยางน้อยเหล่านี้และปลูกทดแทน เศษไม้ที่เหลือจากการตัดเพื่อปลูกทดแทน ทำให้มีเศษไม้เหลือจากอุตสาหกรรมโรงเลื่อยและเฟอร์นิเจอร์ ปีละกว่าสิบล้านตัน
จากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบัน ประเทศต่างๆทั่วโลก ได้รณรงค์ให้มีการใช้พลังงานทางเลือก เพื่อลดมลภาวะ และก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และพลังงานความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิงชีวมวล เป็นพลังงานทางเลือกหนึ่ง ที่ได้เข้ามามีบทบาทในโรงงานไฟฟ้าทั่วโลกในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาด ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ให้พลังงงานความร้อนที่สูง เชื้อเพลิงชนิดนี้ จึงเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการมากในปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต
ทางบริษัท แอลซีบี ไบโอแมส จำกัด เป็นผู้ผลิต Wood Pellet หรือเชื้อเพลิงไม้อัดแท่ง ซึ่งเป็นพลังงานชีวมวลที่ผลิตจากขี้เลื่อยจากเศษไม้ยางพารา ข้อดีของ Wood Pellet คือ การให้พลังงานความร้อนที่สูง โดยมีขี้เถ้าน้อย การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่ต่ำกว่าพลังงานจากฟอสซิลประเภทอื่นๆ อีกทั้งยังมีความสะดวกในการขนส่งอีกด้วย
ในต่างประเทศ มีการใช้เชื้อเพลิงประเภทนี้มาหลายสิบปีแล้ว และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา สำหรับทวีปเอเชีย มีการใช้ Wood Pellet ทั้งในการผลิตไฟฟ้า และการทำความร้อน ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน เช่นเดียวกันกับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป โดยมี จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นประเทศผู้บริโภคที่สำคัญ
บริษัทแอลซีบี ไบโอแมส จำกัด จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โดยได้ทำการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 และได้เลือกสถานที่ตั้งโรงงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยเล็งเห็นถึงความพร้อมทางด้านวัตถุดิบ ที่จะนำมาป้อนโรงงาน โดยมีกำลังการผลิต อยู่ที่ประมาณ 50,000 ตันต่อปี และในปีถัดมา ทางบริษัท ฮายาชิโรกุ จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ที่สนใจในธุรกิจพลังงานทางเลือก ได้เข้ามาร่วมทุนกับทางบริษัท หลังจากมีการร่วมทุนกับทางญี่ปุ่นแล้ว ทางบริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้น เป็น 90,000 ตันต่อปี
กล่าวได้ว่า ในรอบสองปีที่ผ่านมา บริษัทแอลซีบี ไบโอแมส จำกัด เป็นหนึ่งในผู้นำทางด้านการผลิตและส่งออก Wood Pelletสู่ตลาดเอเชีย โดยทางบริษัทได้รับการรับรอง จากสถาบัน Japan Gas appliances Inspection Association หรือ JIA จากประเทศญี่ปุ่น และสถาบัน Forest Stewardship Council หรือ FSC ซึ่งเป็นองค์กรจัดการด้านป่าไม้ จากประเทศเนเธอแลนด์
ความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของบริษัทฯคือ การเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกที่มีศักยภาพมากที่สุด โดยใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด วัตถุดิบที่เราใช้คือไม้ยางพารา ที่มาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นหลัก รวมถึงการจ้างแรงงานคนในพื้นที่ ส่งออกไปสู่ลูกค้าในหลายประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดการหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ นำรายได้เข้าประเทศและที่สำคัญ ทางบริษัทมีการจัดการระบบของเสียที่ได้มาตรฐาน โดยจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากโรงงานแห่งนี้แล้ว ทางบริษัทแอลซีบี ไบโอแมสและพันธมิตร บริษัท ฮายาชิโรกุ ยังมีโครงการตั้งโรงงานกระจายไปมั่วพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้ครอบคลุมแหล่งวัตถุดิบคือ นครศรีธรรมราชและตรังอีกด้วย




