หน้าแรก ภูมิภาค เชียงรายขยายเ...

เชียงรายขยายเวลาห้ามเผาในที่โล่งถึง 30 เม.ย. เหตุปัญหาฝุ่นยังวิกฤต

14.04.19 | 10:55 น.

เมื่อวันที่​ 14​ เมษายน​ รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่านายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย ได้มีประกาศ


ล่าสุดแจ้งขอความร่วมมืองดการเผาในที่โล่งระหว่างวันที่ 16-30 เมษายนนี้ โดยประกาศมีเนื้อหว่ากรณีกองอำนวยการฯ ได้มีประกาศเมื่อวันที่ 7  มกราคมที่ผ่านมาเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าและการเผาในที่โล่งโดยห้ามการเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาดระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ -15 เมษายนนี้นั้น เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันยังไม่คลี่คลาย โดยค่าคุณภาพอากาศยังเกินมาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

ประกอบกับสภาวะอากาศในปัจจุบันนั้นทางกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์สภาพอากาศของภาคเหนือช่วงเดือน เมษายนนี้ ว่ายังมีลักษณะอากาศร้อนถึงร้อนจัดและยังไม่ปรากฎพายุฤดูฝนในพื้นที่ จ.เชียงราย แต่อย่างใด จึงทำให้ปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควันยังคงปกคลุมอยู่จึงขอความร่วมมือให้งดการเผาต่อไปอีกจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ โดยเฉพาะพื้นที่เตรียมการเกษตรเพื่อไม่ให้มลพิษจากหมอกควันเพิ่มขึ้นและสำหรับการเผาในพื้นที่ป่าถือว่ากระทำผิดกฎหมายจึงจะมีการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดต่อไป

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาได้เกิดไฟลุกไหม้ตามป่าต่างๆ ของ จ.เชียงราย อย่างต่อเนื่อง เช่น ที่ อ.พญาเม็งราย ไฟได้ลุกไหม้ป่าต้นน้ำประปาหมู่บ้านบริวารบ้านมูเซอ ต.ตาดควัน ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ต้องเดินเท้าเข้าดับไฟประมาณ 2 ชั่วโมง การดับไฟป่าจึงทำได้ยากลำบาก​ นายปกรณ์ สุริวรรณ นายอำเภอพญาเม็งราย ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าและอาสาสมัครเข้าดับไฟจนถึงหัวค่ำวันที่ 13 เมษายน จึงสงบแต่ก็มีพื้นที่เสียหายไปประมาณ 15 ไร่ ด้านเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (เหยี่ยวไฟ) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.เมืองเชียงราย และอาสาสมัครดับไฟป่า เข้าดับไฟในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ข้าวต้ม และป่าห้วยลึก หมู่บ้านบ่อทอง​ ต.ท่าสุด อ.เมืองชียงราย โดยควบคุมไฟได้บางส่วนและพบความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เป็นต้น

Advertisement

ด้านกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจวัดคุณภาพอากาศในเวลา 08.00 น.จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงราย ในเขต อ.เมืองเชียงราย ว่ามีค่าฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนในอากาศหรือพีเอ็ม 2.5 ในปริมาณ 102 ไมครัมต่อลูกบาศก์เมตร และมีค่าฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนในอากาศหรือพีเอ็ม 10 ในปริมาณ 130 ไมครัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าได้กลับมาอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพอีกครั้งหลังจากเคยอยู๋ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพมาแล้วพักใหญ่ ส่วนที่ อ.แม่สาย ชายแดนไทย-เมียนมา พบมีค่าฝุ่นละอองพีเอ็ม  2.5 ในปริมาณ 191 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และพีเอ็ม 10 มีปริมาณ 245 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร