จากกรณี ทัพเรือภาคที่ 3 โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล. เขต 3 ) จัดเรือ ต.991 พร้อมชุดสหวิชาชีพ เข้าตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างลอยน้ำไม่ทราบสัญชาติ กลางทะเลห่างจากเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ไปประมาณ 12 ไมล์ทะเล หลังเวปไซต์ของโอเรียนบิลเดอร์ รายงานความสำเร็จของ Chad Andrew Elwartowski และ Nadia Summergirl ในการสร้างที่พักตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ซึ่งได้โฆษณาชักชวนให้ผู้ชื่นชอบแนวคิดดังกล่าวมาอาศัยอยู่เพื่อจัดตั้งชุมชน มีเป้าหมายจะสถาปนาเป็นรัฐอิสระหรือเขตปกครองตนเองขึ้นในอนาคต แต่ไม่พบผู้อยู่อาศัยบนอาคารดังกล่าว และทางนายทหารพระธรรมนูญ ทัพเรือภาคที่ 3 ได้แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่มีการอ้างถึง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 กับพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00น.วันที่ 17 เมษายน 2562 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีชาวต่างชาติและภรรยาชาวไทยสร้างบ้านลอยน้ำ (Seasteading) เป็นเขตปกครองตนเองเหนือน่านน้ำสากล บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2562 โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, อัยการ กอ.รมน.ภูเก็ต, ตัวแทนจากทัพเรือภาคที่ 3, ชุด ชป.สห.รส.ทภ.4,ชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ภูเก็ต กรมทหารราบที่ 25 , เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต, ประมง, โยธาธิการและผังเมือง, อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมประชุม
นายภัคพงศ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีสร้างวัตถุลอยน้ำไปติดตั้งนอกชายฝั่งใกล้จังหวัดภูเก็ต ระยะห่างจากเกาะราชาใหญ่ไปประมาณ 2 ไมล์ทะเลกว่า ห่างจากตัวจังหวัดภูเก็ต และแหลมพันวา ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 39 กิโลเมตร หลังมีการประชุมร่วมกันมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งการตรวจสอบดำเนินการแยกเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ทางทะเล เป็นอำนาจหน้าที่ของศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล. เขต 3 ) และทัพเรือภาคที่ 3 กับ ความรับผิดชอบของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่บนฝั่ง เช่น การว่าจ้างให้ประกอบหรือสร้างวัตถุลอยน้ำ สถานที่ในการก่อสร้าง มีการดำเนินการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ พ.ร.บ.โรงงาน หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามเรื่องนี้โดยเฉพาะ
พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต (ผกก.ตม.ภูเก็ต) กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติพบมีการเดินทางเข้ามาในลักษณะ non-immigration visa (ประเภทชั่วคราว) ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรประมาณ 90 วัน จากนั้นมีการต่อวีซ่ามาโดยตลอด และถึงวันที่เกิดเหตุต่างด้าวคนดังกล่าวยังมีสิทธิ์อยู่ภายในราชอาณาจักร กระทั่งได้รับการประสานจากทัพเรือภาคที่ 3 ว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งตามมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ตม.ภูเก็ต จึงเสนอขออนุมัติเพิกถอนวีซ่าในการอยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวแล้ว และได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน ตม.ภูเก็ตได้ลงบันทึกในบัญชีบุคคลต้องห้ามต่อไป
“ส่วนที่อยู่อาศัยของต่างด้าวรายดังกล่าว พบมีการแจ้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไปตรวจสอบ ไม่พบเจอตัว และยืนยันว่าได้พักอาศัยจริง โดยชายดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเมื่อประมาณปลายปี 2561 และอยู่อาศัยกับหญิงไทยในจังหวัดภูเก็ต ก่อนดำเนินการก่อสร้างตามที่เป็นข่าว ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร เมื่อมีการยกเลิกวีซ่าทำให้สิทธิ์ในการอยู่อาศัยในประเทศไทยหมดลงจึงต้องแจ้งให้มารายงานตัว หรือให้เจ้าหน้าที่ไปเชิญตัวมา เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไม่มีสิทธิ์อยู่ภายในราชอาณาจักรแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัว จากข้อมูลพบว่า ยังไม่มีการเดินทางออกจากราชอาณาจักร จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดข้างเคียงเพื่อติดตามตัว
พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ทัพเรือภาพ 3 ได้แจ้งข้อกล่าวหากับชาวต่างชาติและภรรยาชาวไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ ทางทะเล เป็นส่วนของทัพเรือภาคที่ 3 ดำเนินคดีร่วมกับเจ้าท่าฯ ภูเก็ตเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การเดินเรือ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฏหมายว่ามีฐานความผิดใดบ้าง ส่วนของสถานที่ต่อเรือ จะตรวจสอบว่ากระทำความผิดใดหรือไม่ เช่น มีการขออนุญาตก่อสร้าง หรือรุกล้ำพื้นที่หรือไม่ โดยมีหน่วยงานร่วมตรวจสอบหลายฝ่าย เช่น สำนักงานบริการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, เจ้าท่าฯ, อบต.ไม้ขาว เป็นต้น

ด้านนายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต กล่าวว่า ส่วนของตัววัตถุลอยน้ำที่ติดตั้งกลางทะเลนั้น มีการออกประกาศแจ้งเตือนให้ชาวเรือใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ ควบคู่กับประกาศของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งแจ้งเตือนชาวเรือที่เดินเรือในบริเวณดังกล่าวให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ ส่วนการรื้อถอน อยู่ในขั้นตอนหารือแนวทางร่วมกับทัพเรือภาคที่ 3 ว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฎหมายอย่างไร และใช้เส้นทางเดินเรือบริเวณนั้นให้ใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงไม่ให้เดินเรือเข้าใกล้บริเวณนั้น ส่วนของการเคลื่อนย้ายต้องหารือกับทัพเรือภาคที่ 3 ในการดำเนินการตารม พ.ร.บ.ศรชล.
นายวัชรินทร์ ไชยานุพงศ์ อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โรงงานที่ก่อสร้างวัสดุลอยน้ำหรือบ้านลอยน้ำในทะเลนั้น ตั้งอยู่ที่บ้านหยิด หมู่ที่ 7 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ในส่วนของโรงงานดังกล่าวไม่ได้ขอใบอนุญาตเปิดเป็นโรงงานต่อเรือ ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

