ความคืบหน้ารื้อถอนและเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 20 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ต.991 ภายใต้การสั่งการของ พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 นำโดยนาวาเอกภุชงค์ รอดนิกร เสนาธิการ กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 นำเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานใน ศรชล.ภาค 3 และสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์บริเวณจุดก่อสร้างบ้านลอยน้ำ ตามแนวทางของ SeaSteading บริเวณละติจูด 7 องศา 29.37 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 34.81 ลิปดาตะวันออก หรือบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะราชาใหญ่ ห่างจากเกาะภูเก็ตไปประมาณ 14 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 22 กิโลเมตร เพื่อเป็นพยานว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเป็นการดำเนินการด้วยความสุจริตใจ ไม่ได้กลั่นแกล้ง หรือทำให้สิ่งก่อสร้างได้รับความเสียหาย แต่ทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่ขยายเป็นวงกว้างและยากที่จะแก้ไข
เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าว พบเรือหลวงริ้น ซึ่งเดินทางมาจากฐานทัพเรือพังงา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา และชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3 มาเตรียมความพร้อม เพื่อเตรียมการรื้อสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ทั้งนี้ ได้นำสื่อมวลชนลงเรือยางไปยังบ้านลอยน้ำดังกล่าวเพื่อให้เห็นสภาพที่แท้จริง ก่อนจะสรุปแนวทางปฏิบัติ


จากการตรวจสอบพบว่ายังไม่สามารถรื้อถอนได้ เนื่องจากการติดตั้งมีรูปแบบที่แตกต่างจากการก่อสร้างปกติ และต้องใช้ผู้ชำนาญการเฉพาะทางในการดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือพลัดตกลงไปในทะเล ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เนื่องจากวัตถุดังกล่าวเป็นของกลางสำคัญในการดำเนินคดี โดยหลังกลับขึ้นฝั่งจะมีการประชุมร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ กับผู้ที่มาติดตั้งวัตถุลอยน้ำดังกล่าว เพื่อสรุปแนวทางในการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายวัตถุกลับเข้าฝั่งต่อไป
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าว สืบเนื่องจาก ศรชล.ภาค 3 ได้มีการตรวจพบสิ่งก่อสร้างตามแนวทางของกลุ่ม SeaSteading บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาความมั่นคงทางทะเล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และจังหวัดภูเก็ต ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยการดำเนินการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นบนบกจะเป็นหน้าที่ของจังหวัดภูเก็ตในการบูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในทะเลจะเป็นหน้าที่ของ ศรชล.ภาค 3 ในการบูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง


โดยเมื่อวันที่ 19 เมษายน พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 ได้จัดเรือ ต.991 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปทำการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อมที่ SeaSteading พบว่า มีลักษณะเอียงไปข้างหนึ่ง และมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการพังลงมา เนื่องจากขณะนี้มีสภาพคลื่นลมที่เริ่มแรงขึ้น รวมทั้งโซ่ที่ยึดตรึงเริ่มที่จะมีการส่ายไปมา ดังนั้น หากมีการพังลงมา หรือหลุดลอยออกไปจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือที่อาจทำให้เรือสินค้าหรือลำเลียงน้ำมันที่เดินทางผ่านในพื้นที่เกิดการชนขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อการรั่วไหลของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ รวมทั้งจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือประมงในพื้นที่
ตามอำนาจหน้าที่ของ ศรชล.ภาค 3 ตาม พ.ร.บ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ในมาตราที่ 3 (1) มาตรา 25 มาตรา 27 มาตรา 28 และมาตรา 30 ได้ให้อำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล ป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้งจัดการ แก้ไขหรือบรรเทาปัญหาเหตุการณ์สาธารณภัยหรือการกระทำผิดกฎหมายที่กระทบหรืออาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเลหรือกิจกรรมทางทะเล จากเหตุผลและความจำเป็นตามที่กล่าวมาในข้างต้น รวมทั้งอาจทำให้เกิดผลต่อประจักษ์พยานหลักฐานที่มีความจำเป็นต้องมาใช้ประกอบการดำเนินคดีที่ต้องการมีการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปนั้น จึงทำให้ ศรชล.ภาค 3 ต้องตัดสินใจดำเนินการนำตัวก่อสร้างดังกล่าวกลับสู่ฝั่งในโอกาสแรก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ศรชล.ภาค 3 ได้พยายามติดตามผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

