เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 ที่จ.เชียงราย แม้จังหวัดเชียงราย จะขยายเวลาการห้ามเผาโดยเด็ดขาด โดยออกประกาศเพิ่มเติมให้งดการเผาทุกชนิดในห้วงระหว่างวันที่ 16-30 เมษายน หลังครบกำหนดห้ามเผา 60 วันเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา แต่ยังพบการลักลอบเผาป่าอย่างต่อเนื่องบริเวณพื้นที่ดอยหลวงโดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อ 4 อำเภอ คือดอยหลวง เชียงของ พญาเม็งราย เวียงเชียงรุ้ง
ล่าสุด พล.ต.บัญชา ดุริยะพันธ์ รองแม่ทัพภาค 3 เรียกประชุมนายอำเภอทั้ง 4 อำเภอ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กำนันและผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อย่างเร่งด่วนที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านใหม่ดอนงาม หมู่ 11 ตำบลโชคชัย อำเภอดอยหลวง ซึ่งมีการจัดตั้งเป็นกองอำนวยการดับไฟป่าพื้นที่รอยต่อ 4 อำเภอ เพื่อร่วมวางแผนในการดับไฟป่าบนดอยหลวง โดยเฉพาะบริเวณบ้านทุ่งกวาง บ้านแม่เลียบ บ้านห้วยงุ้น และบ้านห้วยปลากั้ง ซึ่งมีลักษณะเป็นดอยสูงยากต่อการเดินเท้าเข้าไปดับไฟ
พล.ต.บัญชา ยังได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ตำรวจและทุกภาคส่วน บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้เข้าไปลักลอบเผาป่า หากจับได้จะมีการดำเนินคดีและการเพิกถอนสิทธิ์ในที่ดินทำกิน หากแปลงที่เกิดไฟป่ามีเอกสารทำกิน ส่วนมาตรการดับไฟ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 เข้าไปหาลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดอยหลวง และให้อปท. เร่งสำรวจหาแหล่งน้ำ สำหรับใช้ ฮ.บรรทุกน้ำขึ้นไปดับไฟ เบื้องต้นจะใช้น้ำในอ่างเก็บน้ำบ้านเนินสมบูรณ์ และอ่างเก็บน้ำห้วยเกี๋ยง
พล.ต.บัญชา กล่าวว่า ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ เชียงรายเกิดไฟป่ามากที่สุด ซึ่งเป็นการลักลอบเผา และลักลอบโค่นต้นไม้ เพื่อเตรียมเผาของคนเตรียมทำการเกษตร มีทั้งพื้นที่ป่าของกรมอุทยานฯ และพื้นที่เกษตรกรรม ต่อนี้ไปต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับคนกลุ่มนี้ การแก้ปัญหาในครั้งนี้ เป็นการวางระบบเพื่อป้องกันในระยะยาวของการเผาป่าที่ตามมาด้วยควันพิษ ส่วนการทำฝนหลวงมีความพยายามทุกวันแต่ความชื้นไม่พอ จึงขออ้อนวอนให้ทุกคนหยุดเผา เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าพร้อมขอคุณเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกภาคส่วนที่ช่วยกันดับไฟป่า
ส่วนปริมาณฝุ่นละอองขนาดพีเอ็ม 2.5 ที่อำเภอแม่สายเช้านี้ วัดได้ 71 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่อำเภอเมืองเชียงราย วัดได้ 105 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงเกินค่ามาตรฐานและส่งผลต่อสุขภาพและเป็นปริมาณที่สูงสุดในภาคเหนือต่อเนื่อง

