เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 เมษายน ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานความคืบหน้าจากกรณีเกิดเหตุยิงกัน 2 ศพ ภายในร้านนวดคุณรัตน์ นวดเพื่อสุขภาพ เลขที่ 120/61 ตั้งอยู่ข้างธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขากบินทร์บุรี ถนนสุวรรณศร (33) สี่แยกสามทหาร หมู่ 8 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 คือ นางปิยะนันท์ หรือเอ๋ เจริญบูรณพันธ์ อายุ 44 ปี บุตรสาว เลขที่ 22/3 ถนนเทศบาล 3 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เลยมาประมาณ 1 เมตร พบศพทราบชื่อคือนางวรีรัตน์ เจริญบูรณพันธ์ มารดา อายุ 62 ปี เจ้าของร้านพี่รัตน์นวดแผนไทย ที่เกิดเหตุยังพบร่องรอยของการต่อสู้ และ กระสุนปืนขนาดเดียวกันที่ยังไม่ยิง ตกอยู่บริเวณรอบศพจำนวน 4 นัด ทราบว่าก่อนหน้านี้ได้มีอดีตสามีของนางปิยะนันท์ หรือเอ๋ ที่เลิกรากันมาได้ 2 ปี มาง้อขอคืนดีแต่ไม่สำเร็จ ได้ก่อเหตุยิงอดีตภรรยา และแม่ยายจนเสียชีวิต และยังได้นำตัวบุตรชายวัย 6 ขวบ ที่เป็นบุตรของนางปิยะนันท์ หรือเอ๋ หลบหนีไปด้วย ตามที่เสนอรายละเอียดไปแล้วก่อนหน้านี้
ล่าสุด เวลาประมาณ 09.30 น. วันเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้เรียกตัว นายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ อายุ 49 ปี สามีเก่าของนางวรีรัตน์ ที่เลิกรากันมาหลายปี และบุตรชายชื่อนายไตรภพ วงศ์วิโรจน์ อายุ 20 ปี มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.กบินทร์บุรี

โดยนายพงษ์ยศกล่าวว่า “ก่อนเกิดเหตุได้รับโทรศัพท์จากนายไตรภพ วงษ์วิโรจน์ ลูกชาย อายุ 20 ปี ว่าให้ไปดูแม่ คือนางวรีรัตน์ เพราะหลังจากที่โทรศัพท์คุยกับแม่ โทรศัพท์ถูกตัดสายหายไป เกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย เนื่องจากทราบว่าช่วงเย็นวาน (21 เม.ย.) นายตู่ อดีตสามีของนางปิยะนันท์ หรือเอ๋ พร้อมเพื่อนเดินทางมาจาก จ.สุโขทัย เพื่อมาง้อขอคืนดี แต่ไม่สำเร็จ”
หลังจากนั้น ตน (นายพงษ์ยศ) จึงขับรถมาที่ร้านนวดแผนไทย ปิดมืดอยู่ เมื่อเดินเข้าไปเปิดไฟก็เห็นว่าทั้ง 2 คนนอนแน่นิ่ง จึงรีบขับรถไปบอกหน่วยกู้ภัยฯที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมาช่วยดู กระทั่งพบว่าทั้ง 2 ถูกยิงตายแล้ว จึงโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ
นายพงษ์ยศกล่าวอีกว่า น.ส.ปิยะนันท์ หรือเอ๋ เป็นลูกติดของนางวรีรัตน์ กับสามีเก่า มีอดีตสามีที่เลิกรากันไป 2 ปีเศษ มีชื่อเล่นว่า “ตู่” เป็นคนชาวจังหวัดสุโขทัย น.ส.เอ๋มาอาศัยอยู่กับแม่ โดยเปิดร้านนวดแผนไทย ที่เกิดเหตุเพื่อเลี้ยงชีพ และมีลูกชายอายุ 6 ขวบ 1 คน มาอยู่ด้วย
ต่อมามีเพื่อนของนายตู่มาติดพัน น.ส.เอ๋ ทำให้นายตู่ไม่พอใจ และโทรมาขู่ฆ่า กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุลูกชายวัย 6 ขวบ ของ น.ส.เอ๋ ได้หายตัวไปด้วย เช่นเดียวกับนายตู่
ด้าน พ.ต.อ.วันชัย ผกก.สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า “จากการสอบสวน เบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ตอนนี้ได้สั่งชุดสืบสวนออกหาข่าวเพื่อติดตามผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
หลังเรียกสอบพยานเพิ่มเติม ได้แก่ นายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ อายุ 49 ปี สามีเก่าของนางวรีรัตน์ และนายไตรภพ วงศ์วิโรจน์ อายุ 20 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต ให้การว่า “ก่อนเกิดเหตุ ตนเป็นคนโทรศัพท์ให้บิดามาดูแม่ และ พี่สาว ที่ร้านนวดแผนไทย เพราะโทรศัพท์ในร้านถูกตัดสายทิ้ง กระทั่งพบว่าทั้งสองถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว พร้อมกับบุตรชายของ น.ส.ปิยะนันท์ หรือเอ๋ ได้หายตัวไปด้วย
พ.ต.อ.วันชัยกล่าวต่อไปว่า “จากกรณีเหตุเมื่อคืนนี้ ขณะนี้ทราบตัวเด็กที่หายตัวไปแล้วคือ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ และคนร้าย ทราบชื่อต่อมาคือนายทร เขียวชะอ้อน อายุ 51 ปี อดีตสามีของ น.ส.ปิยะนันท์ หรือเอ๋ ชาว จ.สระบุรี พฤติกรรมหลังก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิตทั้งคู่แล้ว คนร้าย ได้นำตัวเด็กไปปล่อยไว้ที่กลางทุ่งนา ต.บ้านเอื้อน อ.หันคา จ.ชัยนาท ใกล้กับบ้านของ น.ส.ดวงพร ทั้งทอง ลูกสาวของนางปิยะนันท์ หรือเอ๋ ที่เสียชีวิต ขณะนี้เด็กอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว คาดว่าวันนี้ (22 เม.ย.) จะออกหมายจับได้ ชุดสืบสวนกำลังสะกดรอยคนร้ายอย่างใกล้ชิดแล้วในขณะนี้
ล่าสุดพบว่าคนร้ายซึ่งเป็นอดีตสามีของ น.ส.ปิยะนันท์ ที่ถูกยิงเสียชีวิตพร้อมแม่ ได้นำรถเก๋งพาหนะการหลบหนี มาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าวัดทับนา หมู่ 5 ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท พร้อมด้วยลูกชายอายุ 6 ขวบ ที่พาหนีมาด้วย จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไปก่อนที่จะมีคนมาพบ

สอบสวนเจ้าของบ้านที่คนร้ายนำรถมาจอดให้การว่า ตนตื่นมาเปิดบ้านตามปกติเวลาประมาณตี 5 ก็พบรถคันดังกล่าว เปิดกระจกทิ้งไว้ เมื่อเดินไปดูก็พบว่ามีเด็กนอนอยู่ในรถ ในสภาพเลือดเปื้อนเสื้อจำนวนมาก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมนำเด็กออกมาดูแลหาขนมและนมให้ดื่ม เพื่อประทังความหิว เบื้องต้นเป็นที่น่าสลดใจ เพราะจากการสอบถามดูเหมือนว่า น้องเด็กชาย อายุ 6 ขวบ ยังไม่ทราบว่าแม่และยายเสียชีวิตแล้ว ต่อมาได้มีญาติฝ่ายแม่ของน้องอายุ 6 ขวบ ที่อยู่ในละแวกนั้นเดินทางมาดูแลน้อง ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวน้องไปตรวจร่างกายที่ รพ.หันคา ก่อนที่จะเชิญสหวิชาชีพมาร่วมสอบถามน้องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป
โดยบางกระแสชาวบ้านบอกว่าลูกเขยโหดรายนี้ อาจจะหลบหนีไปหลบซ่อนตัวในพื้นที่บ้านหนองอ้ายสาม ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา เพราะเป็นพื้นเพเดิมที่คนร้ายเคยอาศัยอยู่

