เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีเหตุไฟไหม้ไร่อ้อยลามไปติดอาคารห้องพักอาคารโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ริมถนนสายหัวหิน-หนองพลับ ใน ต.หินเหล็กไฟ เขตรอยต่อเทศบาลหัวหิน เมื่อวันที่ 21 เมษายน ทำให้อาคารได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบพบว่าหลังคาอาคารห้องพักของโรงแรมโครงสร้างเดิมมุงกระเบื้อง แต่เจ้าของกิจการปิดทับด้วยหญ้าคาทุกหลังเพื่อให้มีความสวยงาม โดยวัสดุที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้ไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ล่าสุดฝ่ายปกครองมีหนังสือกำชับไปที่ อบต.และเทศบาลทุกแห่งในพื้นที่ อ.หัวหิน ให้ตรวจสอบโรงแรมและรีสอร์ตจำนวนมากในเมืองท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ เนื่องจากบางแห่งอาจมีการใช้วัสดุอื่นมุงหลังคาแทนวัสดุเดิม ที่ขออนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 เบื้องต้นอาจเข้าข่ายการดัดแปลงอาคาร

“ในแง่ของกฎหมายจะมุ่งเน้นให้การก่อสร้างใช้วัสดุที่คงทนถาวร ผู้เข้าพักโรงแรมต้องมีมาตรการความปลอดภัย สำหรับโรงแรมที่เพลิงไหม้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงแรม 2547 ส่วนการตรวจเพื่อต่อใบอนุญาตที่ผ่านมาจะต้องดูข้อมูลย้อนหลังว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการบันทึกและแจ้งทักท้วงการใช้วัสดุอื่นมุงหลังคาไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ จากนั้นฝ่ายปกครองอำเภอจะหารือไปที่สำนักงานปกครองจังหวัด เพื่อขอทราบแนวทางการตรวจสภาพอาคารโรงแรมก่อนต่อใบอนุญาตให้ชัดเจนว่าควรมีหลักเกณฑ์อย่างไร หากมีการใช้วัสดุอื่นมุงหลังคาต่างจากแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง” นายธนนท์กล่าว

นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ประสานกองช่างเทศบาลหัวหินติดตามตรวจสอบการมุงหลังคาอาคารปิดทับด้วยวัสดุที่ติดไฟง่ายของโรงแรมและรีสอร์ตหรูในพื้นที่ เพื่อขอให้รื้อออกทั้งหมดตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ซึ่งกำหนดให้การก่อสร้างโรงแรมจะต้องใช้วัสดุที่ทนไฟ สำหรับเทศบาลหัวหินขณะนี้มีรถดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์สามารถระงับเหตุไฟไหม้ในตึกสูงได้ 7 ชั้น หรือความสูง 35 เมตร ซึ่งผู้บริหารในอดีตได้จัดซื้อมาใช้งานนานกว่า 7 ปี แต่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และมีการฝีกซ้อมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งฝึกซ้อมให้กับโรงแรมที่เป็นอาคารสูง รวมทั้งมีการตรวจสอบระบบการป้องกันเพลิงไหม้ภายในตึกสูงทุกปี” นายจีรวัฒน์กล่าว

