งามหน้า น้ำโขงท่วม 2 ปี อาคารด่านจุดผ่อนปรน งบเกือบ 4 ล้าน ทิ้งเป็นซาก

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ได้มีตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม นำโดย นายพินิจ หมื่นลูกเท้า อายุ 44 ปี กำนันตำบลบ้านกลาง นายพงศ์พันธ์ คำมั่น อายุ 60 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านหนาด ต.บ้านกลาง พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อให้มีการตรวจสอบ หาทางแก้ไข กรณีจังหวัดนครพนม ได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้าง อาคารด่านจุดผ่อนปรน จำนวน 1 หลัง รวมถึง อาคารคลังเก็บสิน ค้า จำนวน 2 หลัง ในงบประมาณเกือบ 4 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2558 บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำโขง ตลาดจุดผ่อนปรน บ้านหนาด ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นตลาดการค้าไทยลาว ที่มีการเดินทางมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค ระหว่างไทย กับ สปป.ลาว อยู่ตรงข้าม บ้านปากเป่ง เมืองหนองบก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย กำหนดเปิดทำการค้าขาย ทุกวันอังคาร กับ วันศุกร์ ของ สัปดาห์

โดยเมื่อปี 2558 ได้มีการก่อสร้าง อาคารจุดผ่อน ปรน ขึ้นใหม่ จำนวน 1 หลัง เพื่อเป็นสถานที่ทำงาน ของเจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน เกี่ยวข้อง ในการ ดูแล บริการ ตรวจสอบ การเดินทางข้ามไปมาของ พี่น้องชาวลาว และมีอาคารคลังสินค้า อีก 2 แห่ง ที่เตรียมพร้อม ใช้เป็นคลังสินค้า แต่ได้รับผลกระทบ เกิดน้ำท่วมสูง ระดับ ประมาณ 1.50 เมตร จากปัญหาระดับน้ำโขงล้นตลิ่ง ในช่วงปี 2558 หลังสร้างเสร็จ ทำให้ ตัวอาคาร และวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน ได้รับความเสียหาย จนกระทั่งเมื่อปี 2561 ได้ เกิดน้ำโขงล้นตลิ่ง ท่วมซ้ำอีก จนสุดท้าย ตัวอาคาร ทั้ง 3 หลัง ได้ รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้ง ประตูกระจก ห้อง น้ำ อุปกรณ์สำนักงาน ถูกดินโคลนพัดถม เสียหาย กลายเป็นซาก หลังน้ำรถ จากการตรวจสอบ พบดินโคลน เข้าไป ทับถม ในอาคารดังกล่าว ดินโคลน หนา กว่า 30 เซนติเมตร และไม่สามารถใช้งานได้ กลายเป็นซากปรักหักพัง ใช้งานไม่คุ้มค่า สร้างความหดหู่ ให้กับผู้พบเห็น ซึ่งทางชาวบ้าน ได้เคยเรียกร้องให้ ทางอำเมืองนครพนม รวมถึง จังหวัดนครพนม รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง มาตรวจสอบแก้ไข แต่มีปัญหาไม่มีงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซม เนื่องจากต้องหาทางแก้ไข ยกระดับตัวอาคารขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 2 เมตร

ทั้งนี้ นายพงศ์พันธ์ คำมั่น อายุ 61 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านหนาด ต.บ้านกลาง อ.เมือง นครพนม ระบุว่า สำหรับอาคารจุดผ่อนปรนตลาดไทยลาว บ้านหนาด ต.บ้านกลาง ได้สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2558 พอสร้างเสร็จ เกิดผลกระทบ น้ำโขงล้นตลิ่งท่วมในเดือน สิงหาคม 2558 ระดับน้ำโขงสูงกว่า 1.50 เมตร ชาวบ้าน ต้องช่วยกัน ขนย้าย อุปกรณ์ สำนักงาน ถอดแอร์ที่ติดตั้งออก มีได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ไม่สามารถหาทางป้องกันได้ เพราะปัญหาเกิดจากการก่อสร้าง ตั้งแต่แรก ไม่มีการออกแบบยกระดับให้สูง เพราะจุดก่อสร้าง อยู่บนตลิ่ง ให้น้ำโขง พอน้ำโขงล้นตลิ่งทำให้น้ำท่วมอาคาร ล่าสุดเมื่อปี 2561 ช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 เกิดน้ำท่วมหนักอีกรอบสอง อาคารทั้ง 3 หลัง ได้ รับความเสียหายหนัก พังเสียหาย ถูกดินโคลนน้ำโขงพัดทับถม ห้องน้ำ พื้นอาคาร เต็มไปด้วยดินโคลน ประตูกระจก แตกเสียหาย หลังน้ำลดกลายเป็นซากปรักหักพัง เคยมีหน่วยงานเกี่ยวข้อง ระดับอำเภอ จังหวัด มาตรวจสอบ แต่ไม่มีงบประมาณซ่อมแซม สุดท้ายต้องปล่อยทิ้ง ไว้เป็นอนุสรณ์สถาน ถึงมีงบซ่อมแซม แต่สุดท้ายเชื่อว่าน้ำท่วมอีก เพราะการก่อสร้างออกแบบผิดตั้งแต่ต้น


นายพงศ์พันธ์ คำมั่น กล่าวอีกว่า ที่สำคัญก่อนก่อสร้าง ชาวบ้านได้เคยคัดค้าน ว่า การออกแบบไม่เหมาะสม ไม่มีการสำรวจความคิดเห็นชาวบ้าน ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา สุดท้ายไร้ประโยชน์พังเสียหาย สุดแสนเสียดายงบประมาณ หากจะจัดงบประมาณมาซ่อม เชื่อว่าไม่คุ้มหากไม่ยกระดับตัวอาคารขึ้น และต้องใช้งบประมาณสูง ไม่แตกต่างจากสร้างใหม่ ฝากไปยังหน่วยงานรับผิดชอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รวมถึง สตง.มาตรวจสอบ หาทางแก้ไข หาคนมารับผิดชอบ เสียดายงบประมาณที่สร้างไว้ เพราะเป็นเงินภาษีของประชาชน เงินเกือบ 4 ล้านบาท สร้างแล้ว ต้องถูกปล่อยทิ้งร้าง เห็นแล้วหดหู่

บทความก่อนหน้านี้อภ.เผยต้นอ่อนกัญชาออกดอก พ.ค. รอสกัดน้ำมันรักษาโรค ก.ค.นี้
บทความถัดไป‘ปิยบุตร’ ยันปมหุ้นสื่อธนาธร ไม่มีมูล หากพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม ไม่มีเหตุให้ต้องสอบสวนเลย