ร้อยเอ็ด พายุฝนถล่ม ลูกเห็บตก อ.เมืองสรวง หนักสุด 4ตำบล เสียหายหลายร้อยหลัง


ฝนตกหนัก และมีพายุ ลูกเห็บตก ให้พื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในขณะที่ อำเภอที่ได้รับความเสียหายหนัก คืออำเภอเมืองสรวง มีบ้านเรือนราษฎร 4 ตำบล 18 หมู่บ้าน เสียหาย 313 หลังคาเรือน ซึ่งมี 1 หลัง ขี้พายุพัดเสาหักพังครืนลงทั้งหลัง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ 

ผู้สื่อข่าว รายงานจากจังหวัดร้อยเอ็ดว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ได้เกิดพายุฝน ตกหนักในจังหวัดร้อยเอ็ดหลายพื้นที่ ทั้งในเขตอำเภอเมือง และอำเภอรอบนอกรายอำเภอ เพิ่งเกิดพายุฝนลมแรง และบางพื้นที่มีลูกเห็บตก มาพร้อมกับพายุฝน และลมที่พัดกรรโชกแรง เกิดขึ้นตามมา ซึ่งมีแนวโน้ม ว่าจะสร้างความเสียหาย ให้กลับบ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่หลายอำเภอ ขึ้นหลังจากพายุฝนสงบลง ทางจังหวัด ได้สั่งการ ให้ทุกอำเภอ เร่งสำรวจ ความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ให้กับชาวบ้านที่ประสบวาตภัย ในทุกพื้นที่ ในทันที เพื่อรีบรายงาน เร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือให้ทันท่วงที ด้วยความรวดเร็ว

และหลังจากพายุฝน เริ่มสงบ ก็มีรายงานเบื้องต้นว่า ที่อำเภอเมืองสรวง มีบ้านเรือนราษฎร 4 ตำบล ได้รับความเสียหาย จากพายุ ในช่วงก่อนหน้านั้น เป็นจำนวนมาก

ซึ่งหลังจากการรายงาน ผลกระทบที่ได้รับ ทางด้าน นายดำรงค์ สิริวิชยะ อิ่มวิเศษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ลงพื้นที่ ที่ประสบภัย พร้อมกับนายอภิชาติ อารีรัตนไพบูลย์ นายอำเภอเมืองสรวง เดินทางลงสำรวจพื้นที่ความเสียหาย ของอำเภอเมืองสรวง 4 ตำบล ซึ่งพบว่า มีบ้านเรือนราษฎร 313 หลังคาเรือน ใน 18 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย และที่เสียหายหนักที่สุดคือ บ้าน เลขที่ 155 หมู่ที่ 6 บ้านหนองหินน้อย ของนาย สมพร สนิทพจน์ ซึ่งบ้านทั้งหลัง ถูกพายุพัด เสาหัก พังลง ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง ทั้งหลัง แต่โชคดี ที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

นายอภิชาติ อารีรัตนไพบูลย์ นายอำเภอเมืองสรวง ชึ่งร่วมสำรวจความเสียหาย ในพื้นที่กล่าวว่ากรณีเกิดพายุฝนขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น .ซึ่งหลังจากพายุ พัดเข้ามา ในพื้นที่อำเภอเมืองสรวง ได้รับความเสียหายทั้งทั้งสิ้น 4 ตำบล ตำบลที่หนักที่สุดคือ ตำบลหนองหิน โดยบ้านหนองหินน้อยหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 มีบ้านเรือนราษฎร ได้รับความเสียหาย 180 หลังคาเรือน ตำบลเมืองสรวง 115 หลังคาเรือน นอกจากนั้นก็เป็นตำบลหนองผือ และตำบล กกกุง ซึ่งยอดสำรวจเบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนราษฎร ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 310 หลังคาเรือน ขึ้นมีการเร่งสำรวจเพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือโดยหากมีบ้านเรือนที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ก็จะเตรียม จัดที่พักพิงชั่วคราวให้ หากไม่สามารถอาศัย พึ่งพาญาติพี่น้องได้ ก็จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ  ซึ่งการเตรียมแผนให้ความช่วยเหลือนั้น ได้กำชับให้ทางเทศบาลเร่งสำรวจว่า ในบ้านเรือนแต่ละหลังมีอะไรเสียหายบ้าง เช่น เรื่องของโครงหลังคา เรื่องของโครงสร้าง ไม้ และสังกะสี กระเบื้องมุงหลังคาหรือต้องใช้วัตถุอันใดบ้างเพื่อการซ่อมแซม ก็ให้มอบหมาย กองช่างทั้ง 4 ตําบล แบ่งทีมออกสำรวจ ซึ่งหลังจากการกระจายกันทั้งหมดแล้ว ก็จะเร่งสั่งของเพื่อทำการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน โดยจะอาศัยกำลังของจิตอาสา ช่างภายในหมู่บ้าน ของเทศบาล และหน่วยทหาร ในพื้นที่ เข้ามาเล่นเดินการแก้ไขซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับชาวบ้านที่รับความเสียหาย โดยการ ซ่อมแซม รวมทั้ง วัสดุอุปกรณ์ ก็อยู่ในความรับผิดชอบ ของท้องถิ่น หรือเทศบาลแต่ละเทศบาล จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งมั่นใจว่าเพียงพอในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ประสบภัย และหากเกินกำลัง การจัดสรรงบประมาณของท้องถิ่น ก็จะรายงานไปยังจังหวัด เพื่อขออนุมัติจากกรม ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เข้ามาให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องต่อไป

ในขณะที่ทางด้าน นายดำรงค์ สิริวิชยะอิ่มวิเศษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กำชับว่า ให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการสำรวจและเร่งซ่อมแซมบ้านเรือน ให้กับผู้ประสบภัย เป็นการเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ ได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบ ซ้ำซ้อน เป็นการเร่งด่วน ทั้งนี้เนื่องจาก อยู่ในช่วงของการเกิดพายุฝน หากล่าช้า จะยิ่งส่งผลกระทบ กับผู้ที่รับความเสียหายได้ ซึ่งหากมีปัญหา ติดขัด ให้ทางอำเภอ เร่ง ดำเนินการ สรุปปัญหา ส่งให้จังหวัดทราบ เพื่อเร่งหาทาง ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย เพื่อความรวดเร็ว ให้ทันต่อสถานการณ์ ทันที

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฉลุย!!ผ่านแผนกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรปี 63
บทความถัดไปพบศพกลางทุ่งนาราชบุรี ลูกเผยไปฟังสวดหายตัว2วัน ก่อนพบถูกฆ่า