ชาวเน็ตแห่ชื่นชม รองผอ.รมน.ช่วยหนุ่มตกงานเดินตากแดดจากโคราชกลับบ้านนครพนม

หนองบัวลำภู ชาวเน็ตแห่ชื่นชม รอง ผอ.รมน. ช่วยหนุ่มเดินริมถนนท่ามกลางอากาศร้อน กลับบ้าน เปิดใจที่ช่วยหนุ่มรับจ้างถูกนายจ้างเบี้ยวค่าแรง ปล่อยทิ้งคนเดียว ต้องเดินกลับบ้านจากโคราช จะไป นครพนม เชื่อเขาเป็นคนดีรักครอบครัว พร้อมหางานให้ และจะติดตามค่าแรงจาก นายจ้างช่วย

วันที่ 24 เมษายน 2562 พ.อ.ปริชญ์ สุคันธศรี รอง ผอ.รมน. จังหวัดหนองบัวลำภู ได้กล่าวถึงเหตุการณ์เรื่องการช่วย หนุ่มเดินข้างถนนกลับบ้านจังหวัดนครพนม หลังจากไปทำงานกับนายจ้างติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์เสร็จ แล้วรุ่งเช้าหัวหน้างานจ้างหนีหายไปพร้อมกับสิ่งของเครื่องใช้ ทิ้งให้เขาอยู่ตามลำพัง ค่าแรงไม่จ่าย จึงทำให้เขาต้องเดินเท้ากลับบ้านไม่มีเงินติดตัวสักบาทและ รอง ผอ.รมน.ได้จอดรถรับพร้อมกับเรียกให้ขึ้นรถ ซึ่งเขาก็เดินอ้อมไปขึ้นนั่งกระบะหลังของรถกระบะสี่ประตู จนแน่ใจว่าชายคนดังกล่าวไม่ใช่คนเสแสร้งแกล้งทำหรือมิจฉาชีพ จึงได้พาขึ้นรถยนต์และซื้อไก่ย่างข้าวเหนียวและส่งเงินค่ารถ 1,000 บาท ทราบชื่อก่อนที่เขาจะลาจากไปว่าชื่อ นายศักดิ์นรินทร์ จุมจันทา หลังจากที่ได้ช่วยชายหนุ่มคนดังกล่าวส่งขึ้นรถโดยสารประจำทาง แล้ว ก่อนที่จะเดินทางกลับ พ.อ.ปริชญ์ สุคันธศรี ได้แวะปั้มน้ำมันทางออกขอนแก่น ก่อนเดินทางกลับหนองบัวลำภู แล้วได้มานั่งใช้โทรศัพท์พิมพ์ข้อความส่งไปในเฟสบุ๊ค จากนั้นก็เดินทางต่อกลับกลับมาถึง หนองบัวลำภู พบว่าข้อความที่ส่งไปนั้นมีคนเข้ามากดไลค์ 1,000 กว่าคน และมีการแชร์กันด้วย พอตอนเช้ามีคนกดไลค์ 10,000 คน สายสองสามหมื่น บ่ายห้าหกหมื่น จนทำให้แทบไม่น่าเชื่อเลย

พ.อ.ปริชญ์ สุคันธศรี ย้อนเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่า วันอาทิตย์ตอนเวลาประมาณบ่ายโมงกว่าๆอากาศร้อนมาก มองเห็นเด็กหนุ่มเดินริมถนน เห็นเขาไม่สนใจใคร ไม่โบกรถ เดินก้มหน้าก้มตา เขามีอะไรน่าสนใจ จึงบีบแตร ชิดซ้ายจอดรถ เลยถามเขาว่าจะไปไหน แต่คำตอบที่ได้เซอร์ไพรส์มาก เขาบอกว่าจะกลับบ้านจังหวัดนครพนม เขามีอะไรน่าสนใจ ก็เลยบอกให้เขาขึ้นรถ เขาเดินอ้อมไปด้านหลัง โดยปกติเวลาคนขอขึ้นรถ จะเปิดประตูขอมานั่งข้างใน แต่เขาเดินไปขึ้นด้านหลัง ซึ่งวันนั้นใช้รถปิคอัพสี่ประตู และใส่ชุดนอกเครื่องแบบ มาคนเดียว เขาก็นั่งท้ายกระบะ ผมก็สังเกตมาตลอดผมก็ดูกระจกหลัง ผมก็ไม่ได้มีอะไรที่เป็นที่กังวลใจว่าจะเป็นมิจฉาชีพ เห็นเขานั่งนิ่งๆ บางทีก็เหม่อลอยไป ดูลักษณะภายนอกเขาก็น่าสงสาร ผิวก็เข้มมาก คงทำงานมามาก ก็ขับรถมาสัก 20 นาทีกว่าๆ ดูท่าทางเขาอาจจะหิวไหม หิวข้าวไหม หิวน้ำไหม ผมก็เลยจอดรถข้างทางซื้อไก่ย่างตัวหนึ่ง ส่วนข้าวเหนียว ก็ไม่รู้จะซื้อเท่าไหร่ ซื้อไม่ถูก ก็บอกคนขายว่าเอากินสองคนอิ่มก็แล้วกัน ผมคิดว่าตัวเองไม่กินหรอก เอาสองคนอิ่มทางร้านก็จัดให้ น้ำขวดหนึ่ง ก็บอกให้เขามานั่งในรถ

ผมก็ประเมินหลายอย่าง ตั้งแต่รับเขาขึ้นมาสังเกตพฤติกรรมเขาตลอด ในตัวเขามีเป้หนึ่งใบและคันเบ็ดที่เขาตกปลาอันหนึ่ง ตรงนี้อยากจะสื่อไปถึงพี่น้องที่จะรับคนขึ้นรถ นั้นเราควรจะประเมินว่า เราจะรับมือเขาได้ไหม ส่วนผมเอง ผมประเมินได้ว่าผมจะรับมือไหว ผมเองก็เป็นทหาร พอขึ้นรถมาผมให้นั่งคู่คนขับ วันนั้นอากาศร้อนมาก 40 องศาขึ้นไป พอเขาขึ้นมานั่ง ลำดับแรกผมบอกให้เขาทานข้าว เขาบอกว่าไม่หิว แต่เขาทานน้ำตลอด ดูแล้วน่าสงสาร ข้าวก็เก็บไว้กินตอนหลัง

ผมคุยกับเขาสอบถามเขาก่อนทำไมถึงมาเดินอย่างนี้จะกลับบ้าน เขาบอกเป็นคนงานคนหนึ่งที่รับจ้างติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์เสาสูง ของบริษัทหนึ่ง เขาก็กินอยู่กินที่พักคนงาน พองานเสร็จเช้าวันรุ่งขึ้น หัวหน้าเขาหายไปพร้อมข้าวของ ค่าแรงก็ไม่ได้จ่ายเขา เขาเองก็ไม่มีเงินสักบาท ทำงานประมาณ 2 เดือนถ้าหัวหน้าคนงานจ่ายเขาจะได้เงินประมาณ 7,000-8,000 บาท แต่ในวันนั้นเขาไม่มีเงินติดตัวสักบาท ก็ถามเขาว่าเราตั้งใจจะเดินไปแบบนี้เรื่อยๆใช่ไหม เขาตอบว่าใช่ ค่ำไหนก็นอนนั่นและแวะวัด

สังเกตจากการพูดคุยเขาจะมีลักษณะหวาดกลัว เขากลัวรถที่จะรับ เหมือนกับหวาดกลัวสังคม เขาไม่ต้องการเรียกร้องที่จะโบกรถ พอรู้ปัญหาผมก็เริ่มสอบถามประวัติเขา เขาก็บอกว่า เคยเป็นพลทหารที่ พระยอดเมืองขวาง และก็เคยลงไปปฏิบัติงานทางใต้ พอตอนนี้การพูดคุยก็พอจะรู้ว่า เป็นคนที่เคยผ่านการฝึกทหารมา การพูด การวางตัว ทำให้เราประเมินได้ว่าเขาไม่ได้เสแสร้ง ไม่ได้เป็นมิจฉาชีพ ซึ่งตอนนั้นก็ได้บอกกับเขาว่า ผมเป็น รอง ผอ.รมน.จังหวัดหนองบัวลำภู จะเดินทางไปจังหวัดหนองบัวลำภู เส้นทางเดียวกัน จะไปส่งที่ไหน เขาก็เลยเลือกให้ไปส่งที่จังหวัดขอนแก่น

สำหรับตัวเขา ตอนเรียกขึ้นรถ ก่อนขึ้นรถนี่ผมต้องเปิดกระจก บีบแตรเรียกให้เขามาขึ้นรถ เขาก็ดูก่อน เหมือนเป็นคนกังวล ไม่ใช่เขาปรี่เข้ามาเลย ตรงนี้ทำให้เข้าใจเขาได้ ตรงนี้เองผมก็ไม่ใช่เคยเจอเรื่องนี้เพียงครั้งเดียวเคยเจอหลายครั้ง ตั้งแต่เดินทางจากโคราช มาหนองบัวลำภู เจอลักษณะนี้บ่อย บางครั้งก็เห็นจอดรถมอเตอร์ไซด์อยู่คนเดียวน้ำมันหมด ครั้งนั้นช่วยกันยกรถขึ้นรถยนต์ผม ก็ช่วยกันยกรถขึ้นมา ที่ปั้มน้ำมันและก็ช่วยค่าน้ำมันไป สองร้อยบาท

วันนั้นผมประเมินค่ารถประมาณสามร้อย ในช่วงที่พูดคุยกันผมก็ได้ประเมินดูว่าค่ารถก็ประมาณสักสามร้อยในช่วงพูดคุยเขาก็พูดคุยเรื่องส่วนตัวเขา ภรรยาเขาก็ทำนา ปลูกข้าวโพดเสริม มีลูกสาวสองคน ลูกคนโตอยู่ ป.2 อีกคนกำลังคลาน เขาไม่พูดเรียกร้อง จะต้องขอเงินค่ารถค่าอะไร ผมก็ให้เงินไป 1,000 บาท ให้เขาไปซื้อเสื้อผ้าให้ลูกสาวเขา

นอกจากนั้น รอง ผอ.รมน.หนองบัวลำภู ยังเล่าอีกว่า พอประสบปัญหาหัวหน้าคนงานไม่จ่ายเงินเขา เขาก็โทรกลับไปบอกที่บ้าน เขาบอกว่า เมียเขาร้องไห้เสียใจที่สามีมาเผชิญปัญหานี้ แล้วก็บอกให้เขากลับบ้าน ผมก็บอกว่า ในส่วนเรื่องค่าแรงจะติดตามค่าแรงให้นะ แต่ในเรื่องค่าแรงจะประสานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ถ้าหัวหน้าคนงานเขาได้รับรู้ตรงนี้ ผมก็มองโลกในแง่ดี เขาอาจจะมีปัญหาอะไร ก็สามารถติดต่อกับเจ้าตัวเขาได้เอาไปจ่ายค่าแรงกับน้องเขา แต่ตอนนี้ยังติดภารกิจหลายอย่างอยู่เลยยังไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ แต่ก็จะติดตามให้ เขาก็ให้ชื่อหมายเลขโทรศัพท์ไว้แล้ว คือถ้าเขาสามารถพูดคุยตกลงกันได้ก็โอเคไป

ก่อนจากกันเขาก็ให้เบอร์โทรกับผม ผมก็จดเบอร์โทร ก่อนถึงขอนแก่น ก็คุยกันหลายอย่าง เขาก็บอกว่า เขาไม่มีงานทำ ผมก็ติดต่อหางานให้เขาไว้ในการทำงาน รปภ.รายได้ก็ไม่น้อย เขาเป็นคนไม่สุลุ่ยสุร่ายผมติดต่อไว้ สองที่คือ ขอนแก่น กับ กรุงเทพมหานคร เขาก็บอกว่าเขาจะกลับบ้านสักอาทิตย์แล้วก็จะมาหางานทำ จะหาเอกสาร หลักฐานแล้วเขาจะโทรหา เขาเป็นคนที่ใช้จ่ายไม่สุรุ่ยสุร่าย เป็นคนรักห่วงครอบครัว จึงอยากช่วยให้เขามีงานทำ มีเงินให้เขากินตลอด รู้สึกประทับใจเขาที่เขาเป็นคนรักครอบครัว

อยากช่วยให้เขามีงานทำ เงินที่ก็เพียงค่ารถเฉยๆ เขากลับไปเขาก็โทรกลับมา บอกว่าเขาโพสต์ที่ได้ช่วยเขาในเฟสบุ๊คของเขา แต่ผมก็ไม่ได้เขาไปดู การโพสต์ก็ไม่คาดคิดสิ่งที่โพสต์วันนั้นว่าสังคมจะให้ความสนใจขนาดนี้ผมตกใจ ผมก็ไม่ได้ระบุตัวตน ผมก็โพสต์ลอยๆ ซึ่งวันนั้น แวะปั้มน้ำมัน ประมาณทุ่มหนึ่งก็ใช้โทรศัพท์พิมพ์ไป พอมาถึงหนองบัวลำภู มีคนเข้าไปกดไลค์ 1,000 กว่า คน พอเช้าเป็นหมื่นสองหมื่น พอบ่ายเป็นสี่ห้าหมื่น เรื่องแบบนี้ผมทำลักษณะนี้หลายครั้ง การที่สังคมให้ความสนใจก็เพราะได้มีการสื่อ ถึงความผูกพันของครอบครัวที่น้องคนนี้ จะต้องดูแล เป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจ ให้ความเห็นใจ

นอกจากนั้น พ.อ.ปริชญ์ ยังกล่าวอีกว่า พอเป็นประเด็นแพร่หลาย เป็นประเด็นที่เปิดกว้างขึ้น ทำให้ผมเองก็เริ่มไม่สบายใจ ผมก็ได้รับข้อมูลมาว่า ก็จะมีบุคคลที่อาจจะแอบแฝง ไม่ว่าจะเป็นการบอกเลขที่บัญชีธนาคาร ของน้องคนนี้ หรือหลายรูปแบบ ก็จะสวมรอยในช่วงพี่น้องเริ่มให้ความสนใจ ก็เริ่มมี เริ่มปรากฏ ซึ่งผมอยากจะสื่อไปถึง ซึ่งผมอยากจะให้น้องเขามีงานทำ มีรายได้ด้วยตนเอง

ส่วนการที่ใครคิดจะช่วยเหลือรับคนขึ้นรถไปด้วยนั้น เบื้องตนถ้าเป็นสุภาพสตรีก็ไม่สมควรจะไปช่วยใคร ไม่สมควรทำในลักษณะนี้ ถ้าเป็นผู้ชายถ้าหากว่าไม่ใช้คนดี เป็นมิจฉาชีพก็ต้องมั่นใจว่าจะรับสถานการณ์ได้ ถ้าท่านจะรับ สถานการณ์ได้ หรือรับขึ้นมาแล้วเราก็ประเมิน ถ้าไม่ใช่ก็ส่งเพียงระยะสั้นๆ คนเรามีทุกอย่าง รับขึ้นมาก็พูดคุยกันก็ประเมินได้แล้ว

การช่วยของผมต้องการก็เพียงต้องการให้เขามีงานทำ ลักษณะนี้เป็นลักษณะทั่วไป บุคคลอื่นๆ ก็มีความทุกข์ความยากเหมือนกัน ตราบใดที่เรามีเรี่ยวแรง มีกำลัง เราต้องทำงาน ก็อยากจะฝากพี่น้องอย่าไปเชื่อคนอื่นที่อาจจะมีคนมาแสวงหาผลโยชน์จากเรื่องนี้ ลักษณะเปิดบัญชีเพื่อยากจะช่วยน้อง แสวงหาผลประโยชน์ใน จากความเห็นอกเห็นใจในเรื่องนี้

บทความก่อนหน้านี้ท่านเห็นว่าการนำเสนอข่าวของสื่อในกรณี “ธนาธร” เป็นไปอย่างตรงไปตรงมาหรือควรปรับปรุงเพราะนำเสนออย่างมีธง
บทความถัดไป“รมว.ท่องเที่ยว” ยังไม่รู้เรื่อง แจก 1,500 เที่ยวเมืองรอง เผย ยังไม่เข้าครม.วันนี้