วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 นายกำธร ตุ้งสวัสดิ์ รองผู่ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครปฐม ควบคุมแผนการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด (ด้านอัคคีภัยในอาคารสูง) ประจำปีงบประมาณ 2559 ภาคสนาม มีว่าที่ ร.ต.ณัฐพงศ์ ฐิตวิกรานต์ ห้วหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม น.อ.ภูวเดช สว่างแสง รองผู้บัญชาการโรงเรียนการบินกำแพงแสน กองยุทธศึกษาทหารอากาศ กองทัพอากาศ จำลองสถานการณ์เพลิงไหม้อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม เพื่อช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และแพทย์ พยาบาล ที่ติดอยู่ในอาคารสูงและดาดฟ้า ด้วยรถกระเช้าสูงจากเทศบาลนครนครปฐมและจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยเฮลิคอปเตอร์ ของโรงเรียนการบินกำแพงแสน กองยุทธศึกษาทหารอากาศ กองทัพ จากสนามกีฬาโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดไปโรงพยาบาลศิริราช และหรือโรงพยาบาลภูมิพล
นายกำธรกล่าวว่า จากการจำลองเหตุการณ์เพื่อซ้อมแผนการเผชิญเหตุและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากอาคารสูงนั้น พบว่ามีข้อจำกัดอยู่ 3 เรื่อง คือการใช้เฮลิคอปเตอร์ มาเคลื่อนย้ายผู้ป่วยนั้นต้องใช้เวลา ต้องใช้พื้นที่จอด และการคมนาคมระหว่างเปลี่ยนถ่ายผู้ป่วยที่ต้องชัดเจนและมีการวางแผนร่วมกันมากกว่านี้ ซึ่งหลังจากนี้ได้มีการมาร์กจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ ในเขตเมืองนครปฐม มีศูนย์ฝึกนักเรียนนายสิบ ตำรวจภูธรภาค 7 สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยศิลปากร ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ กรมการสัตว์ทหารบก
ขณะที่รถกระเช้าสูงเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั่วไปจากอาคารสูง และดาดฟ้านั้น เหมาะสมและรวดเร็ว แต่ปัญหาที่พบชัดเจน และต้องเร่งแก้ไข คือผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถนำลงมากับกระเช้าที่ขนาดเล็กกว่าเตียง หรือเปลได้ ซึ่งในส่วนนี้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาลนครนครปฐม จะต้องนำไปพิจารณาหาวิธีการปรับหรือดัดแปลงกระเช้าเฉพาะสถานการณ์ สำหรับในส่วนของการเกิดอัคคีภัยนั้น น้ำที่ใช้ในการดับไฟ ส่วนใหญ่จะใช้รถบรรทุกน้ำ และรถดับเพลิง เข้าพื้นที่เพื่อสกัดเพลิง แต่ขณะเดียวกันกับพื้นที่แคบ ชุมชนแออัด รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าได้ใกล้จุดเกิดเหตุ และห่างแหล่งน้ำ อุปกรณ์ เครื่องหาบหาม ที่ใช้ดูดน้ำจากคู คลอง แหล่งน้ำใกล้เคียง สำคัญมาก แต่ไม่มีใครสนใจที่จะพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้กับเครื่องหาบหามและอุปกรณ์

