หน้าแรก ภูมิภาค อสม.โกงเงินเด...

อสม.โกงเงินเด็กกำพร้าครึ่งล้านล่องหน ญาติแจ้งความดำเนินคดี(ชมคลิป)

27.04.19 | 10:35 น.

คืบหน้าเด็กจักราชถูก อสม. ลวงโกงเงินบริจาคกว่าครึ่งล้าน ล่าสุด ผู้เสียหายเข้าพบตำรวจพร้อมแจ้งความดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุดให้คนผิดชดใช้กรรม

จากกรณีนางต้อย แววโคกสูง อายุ 52 ปี อยู่บ้านตูม หมู่ที่ 8 ต.ทองหลวง อ.จักราช จ.นครราชสีมา นำเอกสารเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จักราช หลังพบว่า บัญชีเงินฝากของหลานชายคือนายปกรณ์ แววโคกสูง อายุ 15 ปี ถูกถอนออกไปเป็นจำนวนเงิน 5 แสนบาท โดยไม่มีใครรู้ ซึ่งได้นำเอกสารเข้าสอบถามกับทางธนาคารแล้วทำให้ทราบว่า เงินในบัญชีมีลายมือชื่อของนายปกรณ์ แววโคกสูง เจ้าของบัญชีถูกถอนออกไปจริง และคาดว่าผู้ดำเนินการคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

วันที่ 27 เมษายน 2562 นางต้อย ได้เดินทางไปเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่ สภ.จักราช พร้อมนัดคู่กรณีเข้ามาเจรจาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อถึงเวลานัด 09.00 น. ก็ยังคงไม่พบคู่กรณีและไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประจักร กรำกระโทก สว.(สอบสวน) สภ.จักราช ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด เพื่อให้คนผิดชดใช้กรรมที่ได้ก่อขึ้นกับเงินบริจาค และต่อจากนี้จะไม่มีการยอมความใดๆทั้งสิ้น ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการทางคดีอาญาตามประจักษ์พยานหลักฐานที่ผู้เสียหายนำเข้ามาแจ้งความ ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับเงินบริจาคให้เป็นการฟ้องร้องทางแพ่ง ระหว่างคู่กรณีด้วยกันเอง เบื้องต้นอยู่ในระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหายในคดีนี้ พร้อมทั้งจะได้ออกหมายเรียกให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม

และจากการสอบถามนางสุภกานต์ ตัญญูไพบูลย์ น้าสาวนายปกร์ เปิดเผยว่า ครอบครัวสนิทชิดเชื้อกับ อสม.คนดังกล่าวเป็นอย่างดี เนื่องจากบ้านอยู่ถัดกันไปเพียง 3-4 หลัง มักจะนำอาหารมาร่วมรับประทานกันช่วงเย็นเสมอ เหมือนเป็นคนในครอบครัวที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ซึ่งครอบครัวก็ไว้เนื้อเชื่อใจในระดับหนึ่ง ไม่คาดคิดว่าจะมาทำกันได้ลงคอ หลังเกิดเหตุก็ไม่เคยพบ อสม.คนดังกล่าวอีกเลย ซึ่งนายปกรณ์เป็นคนที่ไม่ค่อยพูด พัฒนาการเชื่องช้า ได้ให้ญาติที่สนิทสอบถามจึงทราบว่า อสม.คนดังกล่าวบอกกับนายปกรณ์ว่า เดือดร้อนเป็นหนี้สิน และกำลังจะโดนเจ้าหนี้ฆ่า จึงหว่านล้อมให้นายปกรณ์ไปเบิกเงินให้ ด้วยความเชื่อใจจึงได้กระทำตาม และน่าจะโดนหลอกอีกหลายๆครั้ง จนกระทั่งเงินหมดบัญชีและเรื่องแดงขึ้น ซึ่งทางครอบครัวไม่คาดหวังว่าจะได้เงินกลับมาคืนสักเท่าใด จึงได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีในครั้งนี้

Advertisement