หน้าแรก ภูมิภาค ตะลึง! บัญชีค...

ตะลึง! บัญชีค้ายาเครือข่าย ‘ผู้ใหญ่วอ’ สะพัดพันล้าน ตร.เค้นสอบ 11 ผู้ต้องหาร่วมฟอกเงิน (ชมคลิป)

28.04.19 | 15:50 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2562 ความคืบหน้าการติดตามจับกุมทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดใหญ่แก๊งค์”องค์บาก” ของนายวรวุฒิ รัตนภูมิธนากุล อายุ 45 ปี หรือ ผู้ใหญ่วอ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2562 และยึดทรัพย์สินมูลค่า 100 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดมกำลังติดตามจับกุมเครือข่ายที่ร่วมฟอกเงิน 11 รายทั้งที่ จ.เชียงราย นครศรีธรรมราช พัทลุง และสุราษฎร์ธานี

ล่าสุด ที่ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติบุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อม พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง และ พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบก.ภ.จว.ร่วมกันสอบสวนปากคำผู้ต้องหา 11 รายที่ร่วมกันฟอกเงิน และสนับสนุนนายวรวุฒิ หรือผู้ใหญ่วอ ในขบวนการค้ายาเสพติด

จากการสอบสวนปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ให้การเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ต้องหารายหนึ่งที่ขยายผลการจับกุมไปยัง จ.พัทลุง ให้การเป็นประโยชน์อย่างมาก ทำให้การสืบสวนทราบเครือข่ายค้ายาเสพติด”องค์บาก”ที่ชัดเจนขึ้น ขณะที่การซักถามปากคำบุคคลเป้าหมายจากการเข้าตรวจสอบ 28 จุด ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราช ได้นำตัวมาสอบถามจำนวน 20 ราย แยกเป็นจาก จ.สุราษฎร์ ธานี 7 ราย และนครศรีธรรมราช 17 ราย พบบางส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของนายวรวุฒิ ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมสมคบฟอกเงิน

จากการสืบสวนพบว่า จากหลักฐานเงินหมุนเวียนในสมุดบัญชีธนาคารของนายวรวุฒิ พบเครือข่ายนี้มีการลักลอบค้ายาเสพติดมานานกว่า 2 ปีตั้งแต่ปี 2559 มีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 6 บัญชี และบัญชีธนาคารแต่ละเล่มระยะเพียง 3-5 เดือนมีเงินหมุนเวียนเล่มละ 40-50 ล้านบาท รวมปีละไม่น้อยกว่า 250 ล้านบาท รวมทั้งการยึดทรัพย์สินล่าสุดนายวรวุฒิมีมูลค่าอีกกว่า 100 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าเครือข่าย “แก๊งองค์บาก” จะมีมูลค่าการซื้อขายยาเสพติดในระยะเวลา 2 ปีกว่า 1,000 ล้านบาท

ด้านพ.ต.อ.เชิดพงษ์กล่าวว่า ส่วนผู้ที่สอบสวนแล้วไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดของนายวรวุฒิ พนักงานสอบสวน จะตรวจสอบพยานหลักฐานการขออนุญาต รับบริการโอนเงิน ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการขออนุญาตให้บริการ โอนเงิน ตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน พ.ศ.2560 หากตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่มีการขออนุญาตตามกฎหมาย จะต้องดำเนินคดีฐานความผิด ให้บริการการเงิน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Advertisement

นายศราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากนายนิยม เติม ศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.ได้ใช้อำนาจในฐานะเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 8 อายัดทรัพย์สิน ประกอบด้วย บ้านหรูเลขที่ 9/9 หมู่ 9 ริมถนน 401สุราษฎร์-นครศรี ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู 2 คัน รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ฮาร์เลย์เดวิสัน 1 คัน รวมทั้งทรัพย์สินในบ้าน และอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 3 คูหา ร้านจำหน่ายสุรา “เหล้า@สุราษฎร์ธานี” เลขที่ 258/5 ถนนชนเกษม เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พร้อมทรัพย์สินสุรา ไวน์ในประเทศและต่างประเทศ และอายัดทรัพย์สินของหญิงคนสนิทของนายวรวุฒิไว้ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันทั้งบ้านหรูและร้านจำหน่ายสุราถูกปิด

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับที่มาของชื่อแก๊ง “องค์บาก” ของนายวรวุฒิ หรือผู้ใหญ่วอ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกตำรวจ จ.นครศรีธรรมราช จับกุมพร้อมพวกขณะใช้รถเก๋งหรูบีเอ็มดับเบิลยู ก่อเหตุพยายามลักพระพุทธรูปเก่าแก่วัดขรัวช่วย ต.เสาเภา อ.สิชล เหตุเกิดวันที่ 16 กรกฎาคม 2549 จากการสืบสวนพบก่อเหตุลักพระพุทธรูปอีกหลายวัดใน จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพระพุทธรูปเก่าแก่ ซึ่งแต่ละวัดอัญเชิญออกประดิษฐานในงานแห่เรือพนมพระปีละครั้ง
ต่อมา นายวรวุฒิ เดิมนามสกุล “สดรุ่ง” ได้พ้นโทษจากคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 ก่อนเปลี่ยนนามสกุลเป็น “รัตนภูมิธนากุล” และมีฐานะร่ำรวยมาก เข้าสู่วงสังคมต่างๆ ในจังหวัด เข้าหาพบปะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เปิดกิจการร้านจำหน่ายสุราใหญ่ที่สุดในจังหวัดและเข้าร่วมกิจกรรมสังคม อาทิ วงการบิ๊กไบค์ และการเมืองท้องถิ่น ล่าสุด เตรียมตัวร่วมทีมผู้บริหารสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี แต่มาถูกจับเสียก่อน กลายเป็นข่าวฮือฮาช็อกวงสังคม จ.สุราษฎร์ธานีเป็นอย่างมาก เนื่องจากคาดไม่ถึงว่าถูกตำรวจจับในฐานะผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่