หน้าแรก ภูมิภาค ควงปืนบีบีกัน...

ควงปืนบีบีกัน ปล้นร้านทองว่าที่ ส.ส.พลังประชารัฐ จ.ชลบุรี กวาดทองไป 109 บาท

28.04.19 | 19:11 น.

เผยโจรควงปืนบีบีกัน จี้ห้างทองสุพัตราเยาวราช กวาดทอง 109 บาท ใช้รถยามาฮ่า ฟีโอเร่ แดงดำ

จากรณีเมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 28 เม.ย. เกิดเหตุคนร้ายชายชุดดำ สวมไอ้โม่งลายพรางทหาร ฉายเดี่ยวควงปืนจี้ห้างทองสุพัตราเยาวราช สาขาบิ๊กซีเตาถ่าน ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นของ ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.เขต 8 ชลบุรี กวาดสร้อยทองรูปพรรณเป็นสร้อยข้อมือหนัก 5 บาท 6 เส้น หนัก 3 บาท 21 เส้น และสร้อยคอหนัก 2 สลึง 32 เส้น รวมเป็น 109 บาท มูลค่า 2,120,050 บาท ก่อนวิ่งหลบหนีหลายลอยนวล

ล่าสุด พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี ผกก.สภ.สัตหีบ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สินสมุทร บุญทัศนา รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี ชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี และชุดตรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 2 ได้ลงพื้นที่คดีคลายคดี พร้อมรวบรวมหลักฐานติดตามคนร้าย เบื้องต้น ได้เก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายที่กระจกตู้โชว์ทอง ซึ่งคนร้ายได้ใช้มือซ้ายเลื่อนเปิดบานกระจกตู้โชว์ นอกจากนี้ ยังได้พบหลักฐานกล่องใส่ปืนบีบีกัน รุ่น M92 และถุงมือซ้าย ที่โยนทิ้งไว้ข้างบ้านเลขที่ 3/21 ม.8 หลังตลาดทองทิพย์เตาถ่าน ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม.

สอบปากคำ นายศรเทพ ด้วงปั้น อายุ 21 ปี ผู้พักห้องข้างจุดพบหลักฐาน และเป็นคนเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุได้พบกับคนร้ายที่กำลังมีทีท่าเหนื่อยหอบ วิ่งมาจากทางด้านถนนสุขุมวิท เข้ามาคร่อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโอเร่ สีแดงดำ ไม่ทราบทะเบียน ซึ่งได้นำมาจอดทิ้งไว้ข้างห้องตนก่อนไปก่อเหตุ โดยคนร้ายได้ทำทีสอบถามหาบ้านพัก พร้อมเปลี่ยนถอดเสื้อแขนยาวสีดำที่ใส่มาออก ให้เป็นสีเหลืองแขนยาว ที่ซ้อนทับอยู่ด้านในแทน จากนั้นไม่รอช้ารีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าออกถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าไปทางเมืองพัทยา

ด้าน พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี ผกก.สภ.สัตหีบ ได้ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับสืบสวนจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อหาหลักฐานติดตามจับกุม พร้อมเชิญตัว นายศรเทพ พยานปากสำคัญที่จำหน้าและรูปพรรณคนร้ายได้อย่างชัดเจน ไปสเกตช์ภาพใบหน้าคนร้าย ซึ่งจากลักษณะการก่อเหตุเชื่อได้ว่าคนร้ายไม่ใช่มืออาชีพ และต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ ส่วนการเลือกลงมือกลางห้างนั้น สันนิษฐานอาจมาจากระบบป้องกันความปลอดภัยของทางห้างทอง ไม่มีความแน่นหนา คนร้ายจึงเลือกลงมือ อย่างไรก็ตาม คาดใช้เวลาไม่นานจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้อย่างแน่นอน

Advertisement