วันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ โดย พล.ต.วิรัชช์ กมลศิลป์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 เป็นผู้ลงนาม เรียน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาหาดใหญ่ ให้ทำความเข้าใจกับคณาจารย์ที่สงสัยว่าเข้าร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าเทพานั้น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ซึ่งทำกิจกรรมในการให้ข้อมูลทางวิชาการกล่าวให้ความเห็นว่า ถือเป็นการปิดกั้นทางวิชาการ แม้ว่าตัวหนังสือที่ส่งถึงอธิการบดี จะใช้คำที่ค่อนข้างสุภาพ แต่สาระก็มีความชัดเจนมากว่า เป็นการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ อย่างนายสมพร ช่วยอารีย์ ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไม่ได้เป็นนักเคลื่อนไหวใดๆ และมีความเป็นนักวิชาการสูงมาก แต่เมื่อมีคำถามไปยัง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. แต่ กฟผ.กลับไม่เคยตอบคำถามทางวิชาการ กลับมาเลย ทำให้นายสมพร มีการทำกิจกรรม เพื่อขอคำตอบต่อเนื่อง การที่มีหนังสือโดยทหารมาเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ แทนที่ กฟผ.จะมีการตอบคำถามกลับมาเป็นวิชาการให้ชัดเจน ถ้าตอบให้ได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใด ทำให้ในวันพรุ่งนี้ เครือข่ายภาคพลเมือง จึงได้นัดรวมพลกันที่หน้ามณฑลทหารบกที่ 42
ด้านนายบรรจง นะแส หนึ่งในองค์กรพัฒนาเอกชนในภาคใต้ กล่าวว่า ในเรื่องนี้มองว่าทหารทำเกินหน้าที่ เพราะสถาบันการศึกษามีความเป็นกลางทางวิชาการอยู่แล้ว นักวิชาการจะมีศักยภาพได้ ต้องมีอิสระทางความคิดจึงจะทำหน้าที่นักวิชาการได้อย่างดี จึงมองว่าเป็นการปิดกั้นทางวิชาการ นอกจากนั้น อำเภอเทพา อยู่ในพื้นที่รุนแรง ถือเป็นความล่อแหลมต่อความรุนแรง การทำเช่นนี้ถือเป็นการท้าทายมวลชน ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้อาจจะมีทัศนคติไม่ดีต่อกองทัพ เพียงแค่มีทหารไปทำหน้าที่รักษาความเรียบร้อย ในช่วงของการเปิดเวทีรับฟังความเห็น ตั้งแต่ ค.1 ค.1 และ ค.3 ชาวบ้านในพื้นที่ยังพอรับได้ โดยหาก พล.ต.วิรัชช์ ทำในนามส่วนตัว ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างแรง ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นนโยบายของกองทัพหรือไม่ ในการร่วมผลักดันโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ทั้งที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเปลี่ยนผ่านเพื่อใช้พลังงานบริสุทธิ์ ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจต่อกองทัพ

