เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์แกนนำกลุ่มประมงพื้นบ้านที่มีความเข้มแข็งได้รับรางวัลระดับประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากสหภาพยุโรปหรือ อียู ปลดใบเหลืองจากการทำประมงให้รัฐบาลไทยแล้ว แต่ปัจจุบันมาตรการการควบคุมการทำประมงผิดกฎหมายยังขาดการรายงานข้อมูล จากการใช้ระบบติดตามเรือโดยตรวจสอบจากระบบย้อนกลับกับเรือประมงที่เกิน 30 ตันกรอส ที่กำหนดให้มีระบบติดตามเรือ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาว่าหากสัญญาณการติดตามดับ แต่ต้องกำหนดไม่เกิน 4 ชั่วโมง หากเกินต้องเรียกเรือเข้าฝั่ง นอกจากนั้นยังพบว่าสัญญาณการติดตามใช้ระบบไฟฟ้าปกติภายในเรือ และผู้ใช้บางรายนำไปสลับกับเรือประมงลำอื่นได้ ทำให้เป็นสาเหตุหลักที่มีการลักลอบใช้ตาอวนต่ำกว่า 2.5 เซนติเมตร (ซม.) ทำการประมงช่วงกลางคืนได้ตามปกติ ซึ่งหากรัฐบาลไม่สนใจแก้ปัญหา ก็ไม่มีประโยชน์ในการประกาศนโยบายเพื่ออนุรักษ์สัตว์น้ำวัยอ่อน หรือการทำประมงที่ยั่งยืน
“ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่เดินทางมาศึกษาดูงานการทำประมงที่บ้านทุ่งน้อย ควรนำแนวทางที่ชัดเจน ไปกำหนดในการตรวจสอบย้อนกลับให้มีประสิทธิภาพด้วยการตรวจสอบเรือประมงที่ทำผิดกฎหมายขาดการรายงานย้อนกลับ สำหรับระบบติดตามเรือที่ติดตั้งที่สมาคมประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย ขณะนี้มีการบอกตำแหน่งเรือมีความละเอียดเป็นวินาที เก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่เริ่มติดตั้งถึงวันสุดท้ายที่ทำการประมง ระบบปิดเปิดอยู่ในเครื่องไม่สามารถปิดเปิดเองได้ ใช้โซลาร์เซลล์เพื่อเป็นพลังงานจ่ายไฟทำให้เครื่องไม่ดับ สามารถบอกตำแหน่ง เวลาที่เรืออยู่ในทะเล การเดินทาง การทำประมง ระยะที่ทำการประมงชัดเจนด้วยละติจูดและลองจิจูด นอกจากนั้นทุกคนสามารถเปิดดูได้จากสมาร์ทโฟน และ รหัสของเรือ” นายปิยะกล่าว

