เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อ.สถ.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งแขวนผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ตั้งแต่ปี 2558 เนื่องจากมีพฤติกรรมบางประการที่ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากปัญหาทุจริตในขณะทำหน้าที่ และมีบางส่วนได้รับคำสั่งให้กลับไปทำหน้าที่ตามปกติแล้ว แต่ยังมีผู้บริหารอีกจำนวนมากที่ถูกสั่งให้ยุติการปฏบัติหน้าที่ต่อเนื่องโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน เกรงว่าอาจเข้าข่ายขัดกับคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ.2562 หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นใหม่ภายใน 60 วันหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่า กรณีมีคำสั่ง คสช.ให้ผู้บริหารและสมาชิกสภา อปท.หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวและอยู่ระหว่างการสอบสวน จึงไม่มีผลให้พ้นจากตำแหน่งและยังใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้
“สำหรับสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 49 ใน พ.ร.บ.เลือกตั้ง และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 50 มีคุณสมบัติประกอบด้วย 1.สัญชาติไทยโดยการเกิด 2.อายุสมาชิกสภาท้องถิ่น 25 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง ผู้บริหารท้องถิ่นอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี นับถึงวันเลือกตั้งตามกฎหมายจัดตั้ง อปท. 3.มีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตรับสมัครเลือกตั้ง ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี ส่วนลักษณะต้องห้าม มี 26 ข้อ เช่น ติดยาเสพติด ล้มละลายหรือเคยล้มละลาย เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการ น.ส.พ. หรือสื่อมวลชนเช่นเดียวกับผู้สมัคร ส.ส.” นายสุทธิพงษ์กล่าว
อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวอีกว่า ลักษณะต้องห้ามยังสรุปว่า ไม่ถูกระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ต้องคำพิพากษาจำคุก เว้นแต่ความผิดประมาทหรือลหุโทษ เคยถูกสั่งพ้นราชการ มีคำพิพากษาร่ำรวยผิดปกติ ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดกู้ยืมเงินเป็นการฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามกฎหมายยาเสพติด กฎหมายการพนันในฐานะเจ้ามือ ทุจริตการเลือกตั้ง มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังไม่พ้นระยะเวลา 5 ปี เคยพ้นจากตำแหน่งใน อปท. เพราะเหตุมีส่วนได้เสียและยังไม่พ้น 5 ปี
นายบรรณ แก้วฉ่ำ นักวิชาการด้านกระจายอำนาจให้ อปท. อดีตกรรมการยกร่างประมวลกฎหมายท้องถิ่น กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ที่ถูกแขวนตาม มาตรา 44 สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง แต่ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 สมาคมผู้บริหารท้องถิ่นควรออกมาเรียกร้องให้ คสช.แสดงความชัดเจน ก่อนการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น อย่างน้อย 2 ประเด็น ประกอบด้วย 1.คสช.จะต้องแสดงความชัดเจนในมาตรการตามคำสั่ง คสช.ว่าผลบังคับตามคำสั่งจะยุติลงเมื่อใด โดย คสช.จะต้องออกคำสั่งเพิ่มตามมาตรา 44 อีกฉบับ เพื่อเร่งรัดองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน สรุปผลการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว อย่างน้อยควรสรุปก่อนวันรับสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น หากพบว่ารายใดทุจริตต้องสั่งลงโทษเพื่อตัดสิทธิทางการเมือง หรือหากพบว่าไม่มีปัญหาก็ควรคืนตำแหน่งให้กลับไปทำหน้าที่ เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ประชาชนตัดสินใจในการเลือกตั้งใหม่ ไม่สั่งแขวนโดยไร้อนาคต
“เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น มาตรา 49 (24) คสช.จะต้องยืนยันความชัดเจนเพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติกับ กกต.ทั่วประเทศว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวไม่รวมถึงผู้ที่ถูกบังคับตามคำสั่ง มาตรา 44 ด้วยหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาการตีความของ กกต. ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความล่าช้า เหมือนกับการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา” นายบรรณกล่าว

