หน้าแรก ภูมิภาค อดีตนายกเล็กเ...

อดีตนายกเล็กเมืองประจวบฯเมิน ม.44 สั่งแขวน 4 ปี ประกาศลงเลือกตั้งใหม่ ทวงศักดิ์ศรีให้วงศ์ตระกูล

7.05.19 | 10:04 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายเกรียงไกร ไกรทอง หัวหน้าทีมพลังบ้านเกิด อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประกาศเปิดตัวลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีให้ประชาชนในพื้นที่ตัดสินใจอีกครั้งในการเลือกตั้งใหม่ เป็นการทวงศักดิ์ศรีและชื่อเสียงกลับคืนแก่วงศ์ตระกูล หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งตามมาตรา 44 สั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 ขณะที่ทำงานได้ไม่นาน ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความคืบหน้าในการชี้มูลความผิด และก่อนหน้านี้ตนได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีแล้ว มีผลให้รองนายกเทศมนตรี เลขานุการนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษาพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด เนื่องจากไม่ทำงานตามนโยบายที่กำหนดไว้ และมีความขัดแย้ง หากทำหน้าที่ตามปกติ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์

“หลังจากถูกแขวน ยอมรับว่ามีผลกระทบ เสื่อมเสียชื่อเสียงพอสมควร มีการสอบสวนในระดับจังหวัดซึ่งไม่ชี้มูลความผิดจากข้อกล่าวหาการทุจริต และอดีตนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) ได้นำนายกเทศมนตรีหลายจังหวัดที่ถูกแขวน เพื่อเรียกร้องให้คืนตำแหน่งให้ แต่ยังไม่คืบหน้าจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อกฎหมายไม่ได้ห้ามลงสมัครใหม่ จึงประกาศตัวลงรับสมัครจะลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีให้ประชาชนได้พิสูจน์ผลงานอีกครั้ง แต่การลงเลือกตั้งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนลูกทีมที่ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) โดยคัดเลือกบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน หลังจากการเลือกตั้งเทศบาลเมื่อปี 2555 มี ส.ท.ในทีมได้รับเลือกตั้ง 15 คน จาก 18 คน” นายเกรียงไกรกล่าว

นายอุดร ออลสัน อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 2 จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากประกาศเปิดตัวเพื่อทำงานการเมืองท้องถิ่นในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อนำนโยบายพรรคไปพัฒนาหลายด้าน แต่ปรากฏว่า การสมัครรับเลือกตั้งมีปัญหาด้านคุณสมบัติบางประการ หลังมีการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่งเดิมกฎหมายกำหนดให้ผู้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นั้น เป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้งสามารถสมัครได้ แต่ปัจจุบันในกฎหมายฉบับใหม่ได้ตัดข้อความดังกล่าวออกไป และกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านใน อปท.นั้นเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง ทำให้ตนขาดโอกาสในการเสนอตัวเพื่อทำงานการเมืองท้องถิ่น ทั้งที่จ่ายภาษีต่อเนื่อง ถือว่ามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น