วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ผศ.บุญรัตน์ ณ วิชัย ประธานชมรมส่งเสริมสล่าล้านนา กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการ 4 ฝ่าย ได้มีมติให้พ่อค้าแม่ค้ากลับมาขายของบนลานประตูท่าแพในวันอาทิตย์ที่มีกิจกรรมถนนคนเดิน อ.เมืองเชียงใหม่ ได้อีกครั้ง หลังหยุดดำเนินการมานานกว่า 5 เดือนว่า อยากแสดงความเห็นอย่างเป็นกลาง เพราะจะไม่ให้จัดกิจกรรมบนลานประตูท่าแพเลยก็ไม่ได้ เนื่องจากทำกันมานานแล้ว แต่อยากให้จัดการตรงตามฮีตฮอยของคนล้านนา มีความสอดคล้องกับศิลปะ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของเมืองเชียงใหม่ ที่มีโบราณสถาน ดังนั้นการจัดวางผังเมือง สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม ควรกลมกลืนไปกับขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะในช่วงฉลองเชียงใหม่ 720 ปี
“ขณะนี้เรากำลังเคลื่อนไหวก้าวสู่ความเป็นมรดกโลก ในต่างประเทศเขาจะมีการจัดโซนชัดเจน กรณีที่เป็นโบราณสถานนี่เขาห้ามแตะเลยนะ ดังนั้นเทศบาลนครเชียงใหม่จะทำอะไรต้องคำนึงถึงความสอดคล้องทางด้านศิลปะ เป็นหลัก หากเปรียบเชียงรายเป็นเมืองศิลปิน เชียงใหม่ก็คือเมืองสล่า ช่างฝีมือสำคัญอยู่ที่เชียยงใหม่ทั้งนั้น แม้จะยอมรับว่า ตลาด หรือ กาดนัด ปัจจุบันจะเปลี่ยนไป แต่เราควรดึงออกไปจัดนอกเมือง จะขายของเก่า เสื้อผ้า หรืออะไรก็ไม่มีใครว่า แต่ไม่ควรจัดให้ขายของอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์มรดกโลก” ผศ.บุญรัตน์ กล่าว
ผศ.บุญรัตน์ กล่าวว่า ทุกคนคือเจ้าของเมืองเชียงใหม่ ควรมีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่เงินทอง แต่หมายถึงความสงบร่มเย็น ไม่ให้ใครมารุกรานรุกล้ำทำอะไรได้ง่ายๆ เมื่อต้องจัดกิจกรรมควรเป็นการแสดงศิลปะเชิงช่าง หรือสล่าล้านนา เพราะการที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาถนนคนเดินวัวลายหรือท่าแพ เขามาดูวิถีชีวิต มาดูผลงานของสล่าล้านนา ถ้าจะทำจริงจังต้องมีคณะกรรมการเข้ามาจัดการร่วมกันเพื่อพัฒนาเมือง เชียงใหม่ให้ตรงทิศ ถูกทางความเป็นมรดกโลก
“เมื่อจะขายต้องแบ่งให้ ลานประตูท่าแพให้โล่ง มีขอบเขต มีหลักเกณฑ์ เพราะที่นี่คือที่พบปะ ที่หายใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม มีปฏิทินให้ชัดเจนว่าเดือนนี้จะมีกิจกรรมกี่วัน ในโอกาสสำคัญอะไร ไม่ใช่ตรุษจีนก็จัด งานอะไรๆ ก็มาจัด ลานประตูท่าแพเป็นแลนด์มาร์คสวยงามที่มีสุนทรียะศาสตร์ ไม่ใช่กาดนัด แต่ต้องเป็นสินค้าหัตถกรรมที่คนขายผลิตเองกับมือ มีสล่ามานั่งสาธิตชิ้นงานให้เห็น จะเป็นกาดแล้ง หรือกาดซุ่มมืด จุดเทียนขาย แต่งกายพูดจาภาษาพื้นเมือง รับรองชาวต่างประเทศชื่นชมแน่นอน ก่อนอื่นควรทำประชามติให้เป็นต้นแบบ หากไม่พัฒนาตามแนวทางนี้เชียงใหม่ก็ไปสู่ความเป็นมรดกโลกไม่ได้” ผศ.บุญรัตน์
ผศ.บุญรัตน์ กล่าวอีกว่า หากจะไม่ทำเลยก็ดี แต่ให้แยกโซนไปนอกเมือง เช่น สวนสาธารณะรถไฟ แม้จะแยกออกไปแต่ถ้าการจัดการดีรับรองคนไปเที่ยวแน่ ต่างประเทศขนาดสุสานธรรมดาคนยังไม่เที่ยวไปถ่ายรูปกับไม้กางเขน เพราะเขาทำดีมีความหมาย ที่ผ่านมาเทศบาลนครเชียงใหม่ทำอะไรแบบฉาบฉวย ทำแล้วแล้วไปไม่ยั่งยืน
ล่าสุดกลุ่มคนเชียงใหม่ได้จัดแบบสอบถามผ่านกูเกิล เพื่อให้คนเชียงใหม่รวมแสดงความเห็นด้วยการลงชื่อ นามสกุล และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกาเครื่องหมายหน้าช่องข้อความ ไม่ต้องการให้ใช้ลานข่วงท่าแพเพื่อการค้าหรือเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือต้องการให้ใช้ลานข่วงท่าแพขายของได้ในวันอาทิตย์เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยขณะนี้เริ่มมีการแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียไปยังกลุ่มต่างๆ มากขึ้นแล้ว เนื่องจากเป็นกระแสที่คนเชียงใหม่ให้ความสนใจอย่างมาก
ขณะที่ผลการยื่นเอกสารหลักฐานขอเช่าพื้นที่ลานประตูท่าแพของพ่อค้าแม่ค้าที่มีรายชื่อตามบัญชีของฝ่ายเทศกิจ เทศบาลนครเชียงใหม่ จำนวน 1,095 คน ผ่านธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่สรุปจำนวนผู้ที่ผ่านหลักเกณฑ์ 4 ข้อ คือ มีบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้านอยู่ในเชียงใหม่ หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้ปี 2558 และมีรายชื่อค้าขายอยู่เดิมว่า มีจำนวน 402 ราย ซึ่งยังไม่รวมบุคคลที่เข้ายื่นขอความเป็นธรรมเพราะรายชื่อตกหล่น เป็นคนต่างจังหวัด ฯลฯ

