หน้าแรก ภูมิภาค คนขับรถรับ-ส่...

คนขับรถรับ-ส่ง น.ร.หันไปปลอบเด็ก ไม่ทันระวัง ชนท้ายกระบะ เจ็บระนาว

7.05.19 | 12:13 น.

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ร.ต.อ.จาตุรนต์ สงวนประสิทธ์ รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) เกิดอุบัติเหตุรถตู้รับ-ส่งนักเรียนชนท้ายรถกระบะ สถานที่เกิดเหตุบนถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และรีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนสี่ช่องการจราจร หน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ฝั่งขาเข้า อ.กบินทร์บุรี พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฮบ 9254 ปราจีนบุรี สภาพด้านหน้ามีรอยถูกชนยุบ จอดอยู่กลางถนน มีเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บรวม 9 คน ถูกนำตัวส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.กบินทร์บุรี ใกล้เคียงกันประมาณ 5 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กง 2476 ปราจีนบุรี ถูกชนด้านท้ายเสียหายเล็กน้อย และใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กต 6648 ปราจีนบุรี ถูกชนด้านท้ายกระเด็นข้ามเลนไปอีกฝั่งหนึ่ง ห่างจากจุดเกิดเหตุ 40 เมตร

ต่อมาเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รีบเดินทางไปที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินโรงพยาบาลกบินทร์บุรี พบนายวัลลพ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี ทหารชุด รส. ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครองเด็กนักเรียน มาเยี่ยมเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ

นางแก้ว อุดมพรมราช อายุ 46 ปี ชาว ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี ผู้ปกครองเด็กนักเรียน กล่าวว่า ตนได้รับโทรศัพท์จากหลานคนโตบอกว่ารถตู้รับ-ส่งนักเรียนชนท้ายรถคันอื่น มีนักเรียนบาดเจ็บหลายสิบคน หนึ่งในนั้นมีน้องเอิร์ท อายุ 4 ขวบ อนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอกบินทร์บุรี ตนจึงรีบมาดูหลานชาย 2 คน รู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น นับว่าโชคดีที่นักเรียนแค่บาดเจ็บไม่ถึงกับเสียชีวิต

Advertisement

“อยากฝากถึงคนขับรถรับ-ส่งนักเรียนทุกคน ควรใช้ความระมัดระวังมากกว่านี้ หลายชายตนเองบาดเจ็บที่ดั้งจมูก ต้องเย็บหลายเข็ม”

จากการสอบถาม นายบุญตา นิยมแสง อายุ 56 ปี ชาว ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี คนขับรถตู้คันดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปรับนักเรียนตามบ้านเพื่อจะไปโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ซึ่งวันนี้เปิดภาคเรียนที่ 1 วันแรก ตนรับ-ส่งนักเรียนทั้งอนุบาลและมัธยมในหมู่บ้าน 21 ราย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงเด็กนักเรียนที่อยู่ในรถร้องไห้ จึงหันไปมองเพื่อจะบอกว่า จะร้องทำไม เดี๋ยวบ่ายๆ โรงเรียนก็เลิกแล้ว ไม่ต้องร้อง

“จังหวะนั้น ตนหันกลับมารู้สึกตกใจ เสี้ยววินาทีนั้น รถของตนก็ชนท้ายรถกระบะที่อยู่ด้านหน้า เด็กนักเรียนพากันร้องไห้ จากนั้นตนเองพยายามควบคุมสติปลอบใจเด็กๆ ไม่ให้ร้องไห้ และนำเด็กๆ ออกมานั่งอยู่ที่ศาลาข้างทาง กระทั่งหน่วยกู้ภัยมารับตัวส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ตนเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น นับว่าโชคดีที่เด็กไม่เป็นอะไรมาก เพียงแต่ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ตนเองได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง แต่ขาไม่ได้หัก และที่หน้าอกเท่านั้น ทางตำรวจจะได้เชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง”