ต้นมะขามอายุกว่า 100 ปี ล้มฟาดกำแพงเมืองกาญจน์ สมัย ‘ร.3’ เสียหาย เร่งประสานกรมศิลป์ฯ บูรณะ (คลิป)

ต้นมะขามอายุกว่า 100 ปี ล้มฟาดกำแพงเมืองกาญจน์ สมัย ‘ร.3’ เสียหาย เร่งประสานกรมศิลป์ฯ บูรณะซ่อมแซม (คลิป)

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุต้นมะขามยักษ์ อายุกว่า 100 ปี ที่ขึ้นอยู่บริเวณกำแพงเมืองกาญจนบุรี ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งอยู่ข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี (หลังเก่า) ถนนหลักเมือง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หักโค่นล้มฟาดกำแพงเมืองเก่า ส่งผลให้ได้รับความเสียหาย

นายประพฤติ มลิผล อายุ 75 ปี ชาวกาญจนบุรี กล่าวว่า ต้นมะขามต้นนี้ คาดว่ามีอายุมากกว่า 100 ปี โดยตนเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งต้นที่หักโค่น พบว่า มีสภาพผุบริเวณโคนต้นมานานแล้ว แต่ไม่ได้รับการดูแลรักษาแต่อย่างใด จากการสอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณที่เกิดเหตุทราบว่า ได้ยินเสียงดังสนั่นเวลาประมาณตี 2 แต่ไม่ได้ออกมาดู กระทั่งเช้าที่ผ่านมาก็พบว่า ต้นมะขามยักษ์หักโค่นไปทับกำแพงเมือง จนทำให้กำแพงเมืองในส่วนของใบเสมาได้รับความเสียหาย และมีรอยแตกร้าวไปถึงฐานกำแพง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำแพงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2374 ในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งได้มีการบูรณะมาเป็นระยะ โดยทำการบูรณะล่าสุดเมื่อประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุมีลมกรรโชก ประกอบกับสภาพผุของต้นไม้เอง จึงทำให้เกิดเหตุขึ้น ซึ่งโชคดีที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น อย่างไรก็ตามอยากให้ทางกรมศิลปากรเข้ามาดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องกำแพงเมืองเก่าอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร และอยู่พื้นที่ของเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะต้องช่วยกันดูแลบูรณะซ่อมแซมกำแพง รวมทั้งต้นไม้ตลอดแนวกำแพงที่มีอายุเก่าแก่เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นอีก โดยเบื้องต้นควรเร่งรื้อถอนต้นไม้ในส่วนที่หักทับกำแพงออกให้พ้นโดยเร็วที่สุด ก่อนที่กำแพงจะพังเสียหายไปมากกว่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากเกิดเหตุ ดร.เบญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และสำนักช่างเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ลงพื้นที่ไปตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว พบว่า เป็นต้นมะขาม ขนาดใหญ่ หักโค่นไปตามธรรมชาติ เนื่องจากต้นไม้มีอายุมากและผุที่บริเวณโคนต้น จึงเป็นเหตุให้หักโค่นและล้มทับกำแพงเมืองจนได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้กิ่งของต้นมะขามช่วงยอดได้พาดอยู่กับต้นข่อยที่ขึ้นอยู่ข้างๆ จึงทำให้ยังไม่หักลงมากองกับพื้น และเนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและถ่ายรูปตลอดทั้งวัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำเชือกไปกั้นไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปในเขตดังกล่าวเพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย อย่างไรก็ตามวันที่ 13 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่เทศบาล จะเร่งเข้าไปเคลียร์พื้นที่ โดยจะรื้อถอนต้นไม้ที่หักทับกำแพงออกให้พ้นก่อน พร้อมประสานกรมศิลปากรเข้ามาร่วมดำเนินการบูรณซ่อมแซมกำแพงที่เสียหายและหารือในส่วนของต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามแนวกำแพงซึ่งมีอายุมาก เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก เนื่องจากการจะดำเนินการใดๆ กับกำแพงและต้นไม้ตลอดแนวกำแพงจะต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากรก่อนเท่านั้น ทางเทศบาลไม่สามารถดำเนินการโดยพลการได้

บทความก่อนหน้านี้รายงานตัวส.ส. วันที่ 5 เงียบเหงา พรุ่งนี้ “อนาคตใหม่” ยกทัพส.ส. 80 คน รายงานตัว
บทความถัดไปผมเลือกวิศวกรรมไฟฟ้า มจพ.