วันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีมณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ ได้ทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้แจ้งบุคลากรไม่ให้มีส่วนเคลื่อนไหวกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเครือข่ายภาคประชาชนได้เดินทางเข้าพบตัวแทน ผบ.มทบ.42 เพื่อขอรับททราบถึงนัยยะในจดหมายฉบับดังกล่าวแล้วเมื่อวานนี้
ล่าสุด คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ทั้งอาจารย์ปัจจุบัน ตลอดจนอดีตอาจารย์ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ร่วมลงชื่อ เพื่อเตรียมยื่นให้กับนายชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้มหาวิทยาลัยยืนยันในหลักการพื้นฐานที่สำคัญของนักวิชาการ และสถาบันการศึกษา ที่ควรมีเสรีภาพในการแสดงออกทางวิชาการ โดยจะเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกพร้อมรายชื่อคณาจารย์ใน 1-2 วันนี้
นายสมบูรณ์ พรพิเนตรพงศ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ กล่าวว่า เรื่องหนังสือฉบับดังกล่าวนั้นมองว่าฝ่ายทหารกระทำการไม่เหมาะสม เพราะนักวิชาการเข้าไปให้ความรู้แก่ประชาชน ที่มาร้องขอความรู้ ขอข้อมูลในโครงการเท่านั้น นักวิชาการที่เข้าร่วมก็เป็นการเข้าไปเพื่อให้ความรู้ทางวิชาการ ไม่ได้มีการชี้นำว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ และเมื่อเทียบกับโครงการขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้อย่างโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทยมาเลเซีย ก็มีนักวิชาการเข้าร่วมให้ข้อมูลเช่นเดียวกัน แต่ทหารในยุคนั้นก็ไม่ได้มีการทำหนังสือหรือคุกคามเสรีภาพทางวิชาการแต่อย่างใด โดยมองว่านักวิชาการก็เหมือนกับประชาชนทั่วไป ที่จะสามารถแสดงความเห็นได้ แต่หากความเห็นผิดพลาด หรือ ผิดกฎหมาย ก็ค่อยมาฟ้องร้อง ว่ากันตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ไม่ใช่มาดำเนินการในลักษณะการคุมคามเสรีภาพเช่นนี้
“แม้จะมีหนังสือดังกล่าวมายังอธิการบดี ม.อ.แต่นักวิชาการเองก็ไม่ได้มีความกังวล ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป เพราะทำตามหน้าที่และวิชาชีพ ในการให้ความรู้ ให้ข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งในโครงการนี้นั้น อาจารย์ที่เข้าร่วมกิจกรรมก็ได้รับการร้องขอจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าขอให้มาให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการ เพราะชาวบ้านไม่มีข้อมูล ความรู้ ใดๆ เลย ทางนักวิชาการก็ได้เข้าให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งที่ชาวบ้านร้องขอมา” นายสมบูรณ์กล่าว
ในขณะที่นายดิเรก เหมนคร แกนนำเครือข่ายประชาชนคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน กล่าวว่า ทางชาวบ้านได้มีการร้องขอให้นายสมพร ช่วยอารีย์ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.วิทยาเขตปัตตานี ให้มาให้ความรู้กับชาวบ้าน ซึ่งนายสมพรก็ให้ความร่วมมือเดินทางมาร่วมกิจกรรม โดยไม่เคยคิดค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายใดๆ อาจารย์ออกเงินส่วนตัวเองทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือให้ข้อมูลทางวิชาการกับชาวบ้าน และขณะนี้ชาวบ้านเองก็ได้เรียนรู้ถึงพลังงานทางเลือก ซึ่งมีประโยชน์ต่อชาวบ้าน โดยไม่เคยมีการชี้นำว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินดีหรือไม่ เพราะในเรื่องนี้นั้น ชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ตัดสินใจเอง

