หน้าแรก ภูมิภาค เวทีรับฟังสร้...

เวทีรับฟังสร้างถนน 4 เลน เสียงแตกหนุน-ค้านตัดอุโมงค์ต้นไม้ เอ็นจีโอชี้แบบที่ 3 เหมาะที่สุด

26.05.16 | 18:20 น.

วันที่ 26 พฤษภาคม เมื่อเวลา 09.30 น. นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดเวทีการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ที่มีส่วนได้เสีย ที่หอประชุมโรงเรียนไฮเทค-เทคโนโลยีเพชรบูรณ์ ต.หนองไขว่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 โดยนายพงศ์พันธ์ คงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงจัดเวทีขึ้น  เพื่อรับทราบและรับข้อเสนอแนะถึงรูปแบบการก่อสร้างบูรณะทางเป็น 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ตอน 1 ระหว่าง กม.123+159 ถึง กม.133+300 ระยะทาง 10.105 กิโลเมตร ซึ่งทางกรมทางหลวงมีการออกแบบเพิ่มเติมโดยเก็บอุโมงค์ต้นไม้ไว้ หลังจากมีกระแสคัดค้านจากชาวโซเชียลมีเดียและกลุ่มเอ็นจีโอถึงการตัดโค่นอุโมงค์ต้นไม้ โดยมีกำนันผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่ราว 150 คน เข้าร่วมเวที นอกจากนี้ ยังมีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกเข้าร่วมรับฟังด้วย

บรรยากาศเวทีรับฟังหลังนายพงศ์พันธ์ได้กล่าวรายงานชี้แจงต่อที่ประชุมแล้ว ทีมวิศวกรผู้ออกแบบจากสำนักสำรวจออกแบบกรมทางหลวง ได้นำเสนอรูปแบบแนวถนนซึ่งมีการออกแบบไว้จำนวน 4 รูปแบบ โดยแต่ละแบบต่างมีจุดอ่อนจุดแข็งแตกต่างกันออกไป โดยแบบที่ 1 ซึ่งเป็นแบบเดิมส่วนแบบที่ 2,3,4 เป็นรูปแบบทางเลือก ซึ่งมีการผสานทางวิศวกรรมและการอนุรักษ์ โดยเฉพาะแบบที่ 3 และ 4 จะเก็บอุโมงค์ต้นไม้ไว้ แต่จะมีการตัดต้นไม้ราว 100 ต้น ในขณะที่แบบที่ 1 ต้องตัดต้นไม้ 400 ต้น และแบบที่ 2 ซึ่งตัดต้นไม้ 200 ต้น หลังจากนั้นทีมวิศวกรได้เปิดให้ผู้ร่วมเวทีแสดงความคิดเห็นพร้อมข้อเสนอแนะ

201605261500454-20021028190322

ในการเปิดแสดงความคิดเห็นปรากฏว่า ผู้ร่วมเวทีแตกความคิดอย่างหลากหลายและออกเป็นสองฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายมีการหยิบยกเหตุและผลออกมาโต้แย้งกันอย่างหลากหลาย โดยในซีกสนับสนุนให้ก่อสร้างแบบที่ 1 โดยเห็นควรให้ตัดต้นจามจุรี โดยชี้ถึงเรื่องปัญหาในเรื่องกิ่งของต้นจามรีที่ผุหักง่าย รวมทั้งเมล็ดที่ตกหล่นบนถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังมีการพาดพิงโจมตีถึงกลุ่มอนุรักษ์ด้วย โดยนายศรีสุวรรณไม่ได้ลุกขึ้นชี้แจงหรือแสดงความคิดเห็นให้ข้อเสนอแนะแต่อย่างใด

ขณะที่อีกฝ่ายสนับสนุนแบบที่ 3 โดยให้เหตุผลถึงการก่อสร้างไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้และควรอนุรักษ์อุโมงค์ต้นไม้ไว้ เพราะทำให้ความร่มรื่นสวยงามและต้นจามจุรีแต่ละต้นอายุ 50-60 ปี ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเพราะผู้ขับขี่ขับรถเร็วอย่าโทษต้นไม้ จนทำให้ทางทีมวิศวกรถึงกับยอมรับว่าไปไม่ถูก จากนั้นรับปากว่าจะนำข้อคิดเห็นต่างๆ กลับไปเสนอทางอธิบดีและ รมว.คมนาคม เพื่อพิจารณาตัดสินใจเลือกรูปแบบแนวถนนที่เหมาะสม

Advertisement

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า เสียงสะท้อนบนเวทีไม่ใช่เป็นข้อสรุปเสมอไป อย่าลืมปัญหาที่กลุ่มนักอนุรักษ์ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านเหล่านี้ ก็มิใช่เป็นผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะในยุคนี้ต้องรักษาต้นไม้ไว้เพราะสถานการณ์โลกร้อนเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่าหากไม่ช่วยกันดูแลปัญหาเหล่านี้ ก็จะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต ที่สำคัญทั้ง 4 รูปแบบที่วิศวกรกรมทางหลวงนำเสนอในวันนี้ คิดว่ารูปแบบที่ 3 ดีที่สุดเพราะสามารถผสมผสานความคิดทั้งสองฝ่ายทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้านมาอยู่ตรงกลางหรือบูรณาการร่วมกันได้

201605261500455-20021028190322

“หากจะยืนกระต่ายขาเดียวโดยใช้รูปแบบเดิมหรือแบบที่ 1 เส้นทางนี้ยังไม่เกิดแน่นอน เพราะทั้งตนและภาคประชาชนที่เป็นนักอนุรักษ์ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อฟ้องร้องเป็นคดีกัน ซึ่งในที่สุดโครงการนี้ก็ยังไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่หากถอยคนละก้าวและหาจุดเชื่อมกลางแบบแนวทางที่ 3 โครงการนี้ก็สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้และจะเป็นมรรคผลอย่างที่ทุกฝ่ายต้องการ และผมจะนำความเห็นเหล่านี้เสนอไปยัง รมว.คมนาคม อธิบดีกรมทางหลวงและผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยว่า แนวทางของผมและนักอนุรักษ์ได้ตัดสินใจว่าแนวทางรูปแบบที่ 3 น่าจะเหมาะสมที่สุด” นายศรีสุวรรณกล่าว

นายศรีสุวรรณยังกล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่วันนี้ตนไม่สามารถนำเสนอความเห็นต่างๆ ได้ เพราะเข้าใจว่ามวลชนที่มาในวันนี้เป็นมวลชนที่มีการจัดตั้งหรือไม่ อย่างไร ไม่ทราบ เพราะมีเสียงโห่ฮาอะไรต่างๆ ซึ่งไม่ใช่บรรยากาศที่จะนำเสนอข้อมูลในทางวิชาการได้ ในต่างประเทศมีการอนุรักษ์ต้นไม้กันเยอะแยะ ยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ ลงจากสนามบินและไปในเมืองจะพบเห็นต้นจามจุรีอายุ 50-100 ปี เต็มสองฟากถนนไปหมด ทำไมเขายังอนุรักษ์ได้ นักท่องเที่ยวก็อยากไปดู ฉะนั้น ถนนทางหลวงสาย 12 ก็ควรอนุรักษ์ไว้ให้เป็นจุดหรือสัญลักษณ์ของอำเภอหล่มสัก นักท่องเที่ยวจะได้มาชื่นชมทัศนียภาพได้ดีกว่าไปตัดต้นไม้กันจนเกลี้ยงเกลา

“เชื่อว่าคนเพชรบูรณ์ส่วนใหญ่ก็เป็นนักอนุรักษ์และอยากจะเห็นพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นริมถนนหรือทั่วไปมีสีเขียว โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งเรามีปัญหาเรื่องโลกร้อนมาก ขณะเดียวกันเพชรบูรณ์ก็ได้รับการตำหนิค่อนข้างมากเพราะมีพื้นที่ป่าเขาต้นน้ำลำธารมาก ถ้าไม่ร่วมกันอนุรักษ์ป่าเขาต้นลำธารไว้ แน่นอนอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศา จะเข้า 50 องศา ก็คงจะเกิดขึ้น คนเพชรบูรณ์จึงต้องแสดงออกในเชิงอนุรักษ์และต้องหาทางออกในทางพัฒนาให้ไปด้วยกันให้ได้” นายศรีสุวรรณกล่าว