หน้าแรก ภูมิภาค กระบะหักหลบ จ...

กระบะหักหลบ จยย.ชนบ้านใกล้เคียง ก่อนพุ่งทะลุกำแพงเข้าไปในห้องเรียน ดับ 1 เจ็บ 1 คนขับปลอดภัย

21.05.19 | 16:24 น.

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ร.ต.อ.พนมพร ส้มแก้ว รอง สว.(สอบสวน) ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งชนบ้านเรือนประชาชนและอาคารโรงเรียนบ้านปากดุกได้รับความเสียหาย โดยเหตุเกิดที่บริเวณถนนพิทักษ์ (สายปากดุก) หมู่ 3 ต.ปากดุก จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรีบรุดไปในที่เกิดเหตุพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยต่างๆ เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านปากดุก พบรถกระบะ ยี่ห้อนิสัน หมายเลขทะเบียน บว 8346 เพชรบูรณ์ จอดอยู่บริเวณภายในห้องเรียนชั้นอนุบาลของโรงเรียนบ้านปากดุก ซึ่งนอกจากผนังคอนกรีตติดกับรั้วกำแพงถูกรถพุ่งชนพังยับเยินแล้ว ยังพบทรัพย์สิน อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์การเรียนการสอนของเด็กเล็กได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 คน ได้แก่ นางอุดร พิมพ์ดี อายุ 72 ปี และนางเสงี่ยม ผลจันทร์ อายุ 59 ปี ถูกรถกระบะคันเกิดเหตุพุ่งชนขณะนั่งอยู่หน้าบ้านพักของนายเส่ง ผลจันทร์ อายุ 60 ปี ซึ่งอยู่บริเวณริมถนน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาทั้งสองได้รับการช่วยเหลือจากอาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญูและกู้ชีพ อบต.ปากดุก นำส่งโรงพยาบาลหล่มสัก แต่นางอุดรทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันยังพบบ้านพักของนายเส่งได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยบริเวณหน้าบ้านพักมีทรัพย์สินได้รับความเสียหายหลายรายการ ขณะที่รถจักรยานยนต์และรถจักรยานของเจ้าของบ้านยังถูกเฉี่ยวชนจนได้รับความเสียหายด้วย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายกันตพงศ์ มงคลวัจน์ อายุ 22 ปีคนขับรถ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจากถนนสายหลัก มุ่งหน้าไป ต.ปากดุก อ.หล่มสัก เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งประกอบกับมีรถจักรยานยนต์ตัดหน้า นายกันตพงศ์พยายามหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวหลบ ทำให้รถเสียหลักไปชนกับบ้านเรือนของชาวบ้านดังกล่าว ซึ่งมีนางอุดรและนางเสงี่ยมนั่งอยู่หน้าบ้านพัก ก่อนจะเตลิดพุ่งไปชนรั้วกำแพงและทะลุไปชนผนังอาคารห้องเรียนชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านปากดุก ก่อนจะเข้าไปจอดสงบนิ่งอยู่ภายในห้องเรียนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบร่างกายนายกันตพงศ์ไม่พบแอลกอฮอล์แต่อย่างใด

ด้านนายนิรศักดิ์ นารี ผอ.โรงเรียนบ่านปากดุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 2 กล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ถือว่ายังโชดีมากสำหรับเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลซึ่งเป็นเด็กเล็กอายุแค่เพียง 3 ขวบ เพราะขณะเกิดเหตุครูพี่เลี้ยงได้พาเด็กนักเรียนเหล่านี้ซึ่งมีจำนวน 20 คน ออกไปทานอาหารเช้าที่โรงอาหารและทำกิจกรรมภาคเช้า ทำให้รอดพ้นความสูญเสียไปได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุทั้งครูและผู้ปกครองต่างพากันผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนผู้ปกครองขอรับบุตรหลานในชั้นนี้ทั้งหมดกลับไป ในขณะที่ครูพี่เลี้ยงก็เสียขวัญเช่นกัน เพราะหากเด็กทั้งหมดอยู่ในห้องเรียนก็ไม่อยากคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นและอาจทำให้เกิดความสูญเสียมากมายขนาดไหน

Advertisement

นายนิรศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายอยู่ โดยเฉพาะตัวอาคาร ผนังห้องเรียนพังไปด้านหนึ่ง และยังมีทรัพย์สิน รวมถึงอุปกรณ์การเรียนการสอนของเด็กเล็ก ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ล่าสุด ได้หารือกับทางกำนันตำบลปากดุก อาจจะทุบรื้ออาคารนี้ทั้งหมดหรือไม่เพราะเสียหายมาก และเมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ขึ้น ไม่ใช่แค่ทางโรงเรียนเท่านั้น แต่ผู้ปกครองเองก็คงไม่ไว้วางใจเช่นเดียวกัน ภายหลังการชักลากรถกระบะออกจากอาคารเรียนแล้ว ทางครูอาจารย์อยู่ระหว่างการสำรวจทรัพย์สินที่เสียหาย

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายบรรเจิด กลิ่นจันทร์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านปากดุก และสำรวจอาคารเรียนที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ หลังนายบรรเจดพบเห็นสภาพความเสียหายของอาคารเรียนดังกล่าว ถึงกับพูดแสดงความดีใจกับนายนิรศักดิ์ว่า “โชคดีที่เด็กๆ ปลอดภัย” จากนั้นหารือถึงแนวทางดำเนินการกับห้องเรียนที่เสียหาย โดยนายนิรศักดิ์แจ้งว่า เมื่อเช้านี้ทางผู้ปกครองต่างแสดงความเห็นว่าห้องเรียนเดิมอยู่ใกล้ถนนเกินไป ควรหาสถานที่ใหม่ที่มีความปลอดภัยเพื่อจัดสร้างห้องเรียนขึ้นใหม่แทน

ขอบคุณภาพจากโรงเรียนบ้านปากดุกและมูลนิธิร่วมกตัญญู