หน้าแรก ภูมิภาค วีระ สมความคิ...

วีระ สมความคิด จี้ตรวจสอบ จนท.รัฐ ทุจริต ปมโรงแรมเถื่อนหัวหิน บานปลายหนัก

23.05.19 | 10:00 น.

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายอุดม ศรีมหาโชตะ กรรมการบริหารสมาคมโรงแรมไทย เจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากนายอำเภอหัวหิน ลงนามในประกาศแจ้งผู้ประกอบการกิจการโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต กว่า 170 ราย ตามพระราชบัญญัติ ( พ.ร.บ.) โรงแรม 2547 ให้ไปยื่นคำขอใบอนุญาตภายใน 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 นั้น เบื้องต้นจะมีผลกระทบกับผู้ประกอบการโรงแรมจำนวนมากที่ไม่มีใบอนุญาต รวมทั้งที่มีใบอนุญาตถูกต้อง แต่หมดอายุภายในเวลา 5 ปี ไม่สามารถนำไปยื่นต่ออายุได้ตามปกติ เนื่องจากมีปัญหาในการยื่นหลักฐาน โดยเฉพาะการใช้อาคารที่พักอาศัยไปยื่นขอใบอนุญาตโรงแรมซึ่งเข้าข่ายทุจริต จะเป็นปัญหาบานปลายไม่ต่างกับกรณีการตรวจสอบพบใบอนุญาตปลอม หลังจากผู้ประกอบการบางรายไปยื่นขอใบอนุญาตโรงแรมโดยตรงที่สำนักงานปกครองจังหวัด โดยไม่แจ้งองค์กรท้องถิ่นเพื่อขออนุญาตใช้อาคารที่มีการควบคุมตามที่กฎหมาย จากนั้นต้องนำไปยื่นผ่านปกครองอำเภอ

“ขณะนี้ทราบว่าปกครองจังหวัดและอำเภอเข้มงวดเรื่องการต่อใบอนุญาต ผู้ประกอบการจะต้องแสดงใบเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารประกอบการต่ออายุใบอนุญาต จึงทำให้เห็นว่าขณะนี้มีโรงแรมอีกจำนวนมาก ที่ไม่ยื่นเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารก่อนไปขอใบอนุญาตโรงแรม และคาดว่าในระยะ 2-3 ปี อาจจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นอีก หากไปยื่นต่อใบอนุญาต ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการนำเอกสารการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยไปขอใบอนุญาตโรงแรม เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบควรทักท้วงตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ควรออกใบอนุญาตให้มีปัญหาในภายหลัง ซึ่งอาจเข้าข่ายการทุจริตในอำนาจหน้าที่” นายอุดมกล่าว

ด้านนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา คปต.ได้รับการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างเหตุผลว่าการใช้มาตรการทางกฎหมายจะกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำงานตามอำนาจหน้าที่ ดังนั้นหลังจากผู้เกี่ยวข้องทราบว่ามีการประกอบกิจการโรงแรมเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องรีบจับกุมทันทีเพื่อสั่งให้ปิดกิจการ ไม่ควรประวิงเวลา ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือ หากพบว่ามีการออกใบอนุญาตโรงแรม โดยใช้เอกสารไม่ครบถ้วน ไม่ครบองค์ประกอบเอกสารสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถนำใบอนุญาตเดิมไปต่ออายุหลังสิ้นสุดระยะเวลา 5 ปี ถือว่าเข้าข่ายได้ใบอนุญาตปลอม

“หลังจากนายอำเภอพบโรงแรมเถื่อนควรเร่งตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้ารัฐรายใด ในระดับอำเภอที่เกี่ยวกับกับการทุจริตในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยให้มีสถานประกอบการผิดกฎหมายไม่มีใบอนุญาตเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อพบผู้กระทำความผิดทั้งหมดแล้ว ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายและต้องสั่งปิดสถานประกอบการทุกแห่งที่ทำผิดกฎหมายในทันที” นายวีระกล่าว และว่า หากเพิกเฉยเจ้าหน้าที่จะมีปัญหาอย่างแน่นอน เนื่องจากมีหลายองค์กรมีการเก็บข้อมูลหลักฐานจากการเข้าพักในโรงแรมที่ไม่ใบอนุญาต เพื่อนำไปจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าข่ายละเว้น