หน้าแรก ภูมิภาค ดีเดย์ขนเสือว...

ดีเดย์ขนเสือวัดหลวงตาบัวรอบ3 วันที่30พ.ค.นี้ พร้อมวางกำลังเข้มหวั่นมีคนขัดขวางเจ้าหน้าที่

27.05.16 | 19:05 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ 27 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง จ.ราชบุรี) พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าพบนายศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี เพื่อประชุมวางแผนหาแนวทางขนย้ายเสือโคร่งพันธุ์เบงกอล เสือโคร่งของกลางที่อยู่ภายในวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยมี พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค พ.อ.ชินโชติ บุญยไพศาลเจริญ รอง ผอ.รมน.กาญจนบุรี พ.อ.ฐนิตพัฒน์ อุทะนุตนันท์ ผู้แทนผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ พ.ต.เสมอ ยิ้มเกียรติ ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ที่ 17 นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปราม ที่ 1 ภาคกลาง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยไม่มีตัวแทนจากมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโนเข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด

การประชุมใช้เวลานานกว่า 2 ชม.จึงแล้วเสร็จ ซึ่งส่วนใหญ่จะพูดคุยเกี่ยวกับข้อกฎหมายต่างๆ ที่จะเข้าดำเนินการขนย้ายเสือในวันที่ 30 พ.ค.ที่จะถึงนี้

201605271828051-20021028190336

นายยรรยงกล่าวในที่ประชุมว่า สำหรับเสือโคร่งในบัญชีมีทั้งหมด 147 ตัว ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ม.ค. กรมอุทยานฯขนย้ายไปแล้ว 5 ตัว และวันที่ 23 ก.พ. กรมอุทยานฯได้ขนย้ายอีก 5 ตัว รวม 10 ตัว ทั้งหมดนำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ส่วนสาเหตุที่กรมอุทยานฯต้องร่วมประชุมกับ จ.กาญจนบุรีในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางกรมอุทยานฯจะขนย้ายเสือของกลางเป็นครั้งที่ 3 โดยทางกรมอุทยานฯมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ทส.0909.303/9453 ลงวันที่ 19 พ.ค.59 ถึงประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว เรื่องการขนย้ายเสือโคร่งจากวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน ในวันที่ 30 พ.ค.59 เป็นต้นไป จนกว่าจะขนย้ายแล้วเสร็จ แต่ปรากฏว่าพระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน ประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้ทำหนังสือด่วนแจ้งไปที่กรมอุทยานฯว่าไม่สามารถให้กรมอุทยานฯเข้ามาขนย้ายเสือโคร่งได้ เนื่องจากขณะนี้มูลนิธิได้ยื่นฟ้องกรมอุทยานฯเป็นคดีอยู่ที่ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลข ส.3/2559 เมื่อข้อพิพาทระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าวยังเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ทั้งยังไม่มีคำพิพากษาตัดสินชี้ขาดอย่างใดจากศาลปกครอง ซึ่งถือว่าคดีดังกล่าวนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง จึงเห็นว่าควรรอฟังคำสั่งของศาลปกครองกลางก่อนที่จะดำเนินการใด

การที่พระวิสุทธิสารเถรไม่ยินยอมให้กรมอุทยานฯเข้ามาขนย้ายเสือโคร่งได้ โดยให้เหตุผลข้างต้น นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯจึงมีความเป็นห่วงว่า ทางวัดจะมีการนำพระลูกวัดรวมทั้งพนักงานที่อยู่ภายในวัดมาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เหมือนเมื่อครั้งที่เจ้าหน้าที่มาขนย้ายหมีจำนวน 6 ตัว จึงสั่งการให้ตนมาขอความร่วมมือกับ จ.กาญจนบุรีเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขนย้ายเสือของกลางในวันที่ 30 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม หากวันดังกล่าวทางมูลนิธิ หรือผู้ใดก็ตามเข้าขัดขวางห้ามไม่ให้ขนย้ายเสือจะถือว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ และเจตนาที่จะครอบครองสัตว์ป่าดังกล่าวซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 มีโทษตามมาตรา 47 ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกร้องค่าเลี้ยงดูทรัพย์ (สัตว์ป่า) ที่ฝากทางวัดเฝ้าดูแลตั้งแต่ พ.ศ.2544-2557 เป็นเงินจำนวน 147,444,000 บาท ศาลจังหวัดกาญจนบุรีพิพากษายกฟ้องไปแล้ว

Advertisement

ด้านนายศักดิ์กล่าวภายหลังว่า ทุกฝ่ายต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงไม่รู้สึกกังวลใจตามที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงหากมีการขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ขนย้ายเสือออกไปจากวัด โดยตนจะเข้าไปอธิบายให้กับทางวัด รวมทั้งพนักงานและพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ให้เข้าใจ เพื่อให้การขนย้ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่าในวันที่ 30 พ.ค.ที่ทางกรมอุทยานฯกำหนดขนย้ายเสือของกลางออกจากวัด จะมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายระดมกำลังไปดูความปลอดภัย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ขนย้ายเสือเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน