เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 น.ส.พัชราภรณ์ แก้วโม่ง นายสัตวแพทย์ปฎิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันจ.ภูเก็ต พร้อมทีมสัตวแพทย์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำลูกพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 1 ปีซึ่งชาวบ้านตั้งชื่อว่า “เจ้ามาเรียม” หลังพลัดหลงกับแม่ที่จ.กระบี่ ทำให้ขึ้นมาเกยตื้น เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่ 10 จ.ตรัง จึงประสานนำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติบริเวณแหล่งที่อยู่อาศัยของฝูงพะยูนที่แหลมจุโหย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรังเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา 

แต่ผ่านไป 4 วัน เจ้ามาเรียมว่ายเข้ามาชายฝั่งบริเวณบ้านหน้าเขาบาตู หมู่ที่ 4 ต.เกาะลิบง ในสภาพอิดโรย เนื่องจากยังไม่หย่านมและเข้าฝูงไม่ได้ เจ้าหน้าที่ฯ จึงประสานทีมสัตวแพทย์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลฯ จ.ภูเก็ต เข้าช่วยเหลือ โดยนำลูกพะยูนน้อยมาอนุบาลในบริเวณที่พบ ถือเป็นการอนุบาลลูกพะยูนในทะเลตามถิ่นที่อยู่เดิมเป็นตัวแรกในประเทศไทย โดยป้อนนมวันละ 1 ลิตร พร้อมสอนให้กินหญ้าทะเล ซึ่งลูกพะยูนตอบสนองได้ดี
ในวันนี้ เจ้าหน้าที่นำลูกพะยูนมาชั่งน้ำหนัก วัดความยาวและรอบลำตัว พบขาดลำตัวโตขึ้นเล็กน้อย คือ ยาว 1.25 เซนติเมตร หนัก 29 กิโลกรัม จากเดิมน้ำหนัก 28.5 กิโลกรัม แต่สัตวแพทย์ยังต้องจัดเวรกันอนุบาลต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนหรือจนกว่าลูกพะยูนจะหย่านมและกินหญ้าทะเลเองได้แล้ว พร้อมเปิดรับสมัครจิตอาสาดูแลลูกพะยูนทั้งกลางวันและกลางคืน โดยไม่มีค่าตอบแทนเป็นเวลา 6-8 เดือน มีทั้งชาวบ้านในพื้นที่ และชาวต่างชาติสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมากแต่คัดเลือกให้เหลือ 40 คน
น.ส พัชราภรณ์ แก้วโม่ง นายสัตวแพทย์ปฎิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนากรทางทะเลฯ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ลูกพะยูนมีร่างกายแข็งแรง แต่เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งเรียกว่าการฟื้นฟูสุขภาพในถิ่นที่อยู่อาศัย นับเป็นครั้งแรกในประเทศ แต่ไม่เหมือนกับอยู่ในบ่อจะสังเกตพฤติกรรมได้ตลอดเวลา เช่น ในธรรมชาติสังเกตการณ์ขับถ่ายไม่ได้ จึงค่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ แต่เบื้องต้นยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

