เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ถือครองที่ดินบนเกาะกระดาน หมู่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง รวม 10 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 102 ไร่ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้รับไว้เป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ล่าสุด เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมกับพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ รวมจำนวน 4 ชุด พร้อมหมายค้นจากศาลจังหวัดตรัง กระจายกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่การครอบครองที่ดินบนเกาะกระดานทั้ง 10 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 102 ไร่ เพื่อเข้าตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุแยกเป็นรายแปลง จัดทำแผนที่ ดูสภาพพื้นที่จริง เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งมีทั้งพื้นที่ป่า รีสอร์ต ห้องพัก สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ และผลอาสิน โดยเฉพาะแปลงที่ดินที่ครอบครองโดยนักธุรกิจจำนวน 4 แปลง เนื้อที่กว่า 43 ไร่ ซึ่งปลูกสร้างเป็นห้องพัก รีสอร์ต สิ่งปลูกสร้าง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างห้องพักใหม่ในแปลงที่ดินดังกล่าว เพิ่มเติมอีกกว่า 10 ห้อง
นายณัฐนนท์ หรือจักรมนต์ โพธิเมธานนท์ เจ้าของพื้นที่ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบก็ยินดีให้ตรวจสอบ ซึ่งพื้นที่ก็เท่าเดิม ไม่มีงอกเพิ่มเติม มาตรวจกี่ครั้งก็เหมือนเดิม ไม่เข้าใจทำไมต้องมาตรวจสอบ โชคดีรีสอร์ตยังไม่เปิด ไม่เช่นนั้นจะกระทบนักท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวโดยภาพรวม โดยพื้นที่ที่ก่อสร้างห้องพักใหม่เพิ่มเติม ตนเองได้ฟ้องร้องอุทยานฯและศาลตัดสินให้ตนเองชนะ โดยยืนยันสร้างในที่ดิน นส.3 ก ที่ออกก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขตอุทยานฯ ดังนั้น อุทยานฯไม่มีสิทธิจะมาบุกรุกหรือแย่งสิทธิจากประชาชนที่ถือสิทธิครอบครองเอกสารสิทธิได้

“ประชาชนรู้กันทั้งจังหวัดว่า เกาะกระดานทำกันมาประมาณ 30-40 ปีแล้ว รวมทั้งที่มีการก่อสร้างรีสอร์ตคร่อมหลักเขตของอุทยานฯก็ยืนยันว่าเป็นที่ดินของตนเอง มีการขออนุญาตการก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่ใช่ที่ของอุทยานฯ ซึ่งหากอุทยานฯมาปักหลักเขตผิด ตนก็สามารถฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนหลักเขตออกได้ ขณะนี้สร้างไปได้แล้วประมาณ 10 หลัง และจะสร้างเพิ่มให้ได้ประมาณ 30-40 หลัง
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีบุกรุกที่ดินบนเกาะกระดาน ทั้ง 10 แปลง 10 คดี เนื้อที่รวมกว่า 102 ไร่ มีความสลับซับซ้อน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จึงรับเป็นคดีพิเศษ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ จำนวน 6 แปลง เป็นที่ดินที่ชาวบ้านยากจน ได้รับสิทธิทำกินตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 แต่ผลการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2545-2546 ไม่ปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์ จำนวน 5 แปลง ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประกาศเพิกถอนทะเบียนการถือที่ดินดังกล่าวทั้งหมด เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2554 และอีก 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ มีการซื้อขายเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในมือของนักธุรกิจท่องเที่ยว”

