วันที่ 28 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่หลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างเนื่อง ทำให้เกษตรกรต่างพากันมีการปรับเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกข้าวนาปี อย่างเช่นในพื้นที่ตำบลรังกา อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้มีการนำไถมาเปลี่ยนหัวไถกลบ เป็นหัวไถคราด เพื่อปรับหน้าดินในพื้นที่เพาะปลูกที่มีน้ำขังในการเตรียมการหว่านข้าวนาปี แต่ขณะที่เกษตรกรบางรายยังคงมีการเร่งนำรถไถกลบปรับหน้าดินของพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง เพื่อเตรียมการเพาะปลูกข้าวนาปีเช่นเดียวกัน
ขณะที่สถานการณ์ปริมาณน้ำเหนือโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์(เขื่อนระบายน้ำพิมาย)มีปริมาณน้ำวัดจากระดับพื้นที่เขื่อนอยู่ที่ 3 เมตร 16 เซนติเมตร ประมาณ 6 แสน 6 หมื่นลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 16.55% จากความจุกักเก็บ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงปิดประตูระบาย ทั้ง 6 บาน ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาปริมาณน้ำในการอุปโภคบริโภค

ด้านนายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 เปิดเผยว่า สำหรับเกษตรกรที่จะทำการเพาะปลูกข้าวนาปีและหว่านข้าวแห้งในช่วงนี้ ขอให้เกษตรกรมีการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงปริมาณฝนที่จะตกลงมาในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรได้รับความเสียหายจากการเพาะปลูกข้าวไปแล้ว ฃแต่ไม่มีฝนตกลงมาก็จะทำให้ข้าวที่ได้เพาะปลูกไปนั้นขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวจนทำให้ต้นข้าวแห้งตาย ดังนั้นก็จะต้องมีการจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อใช้ในการเพาะปลูกข้าวเพื่อใช้หล่อเลี้ยงจนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เนื่องจากปริมาณน้ำที่มีอยู่ภายในเขื่อนระบายน้ำพิมายนั้นมีไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการผลิตน้ำประปา จึงไม่สามารถที่จะจัดส่งให้กับภาคการเกษตรได้ แต่อย่างไรก็ตามทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ดังนั้นหากเป็นไปตามที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ก็จะส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในทุกๆ เขื่อนอย่างแน่นอน

